ชิรกฺ
จาก Siamic
ชิรกฺ (ภาษาอาหรับ: شرك /ชิรกฺ/) การสะกดที่ไม่มาตรฐาน ชิริก มีความหมายว่า การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้า คือการเคารพสักการะสิ่งใดนอกจากอัลลอฮฺ หรือการเชื่อว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มองเห็น หรือที่มองไม่เห็น ที่มีอยู่ หรือที่อุปโลกน์ขึ้นมา ว่ามีพลังอำนาจความสามารถที่จะให้คุณประโยชน์หรือให้โทษต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ ผู้ที่ตั้งภาคีเรียกในภาษาอาหรับว่า มุชริก
การตั้งภาคีเป็นบาปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรองลงมาจากการปฏิเสธศรัทธา เป็นความบาปที่อัลลอฮฺจะไม่ทรงอภัยให้ หากตายไปในอาการที่เป็นผู้ตั้งภาคี
ประเภทของชิรกฺ
ชิรกฺแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. การตั้งภาคีเปิดเผย
คือการเชื่อว่ายังมีสิ่งอื่นนอกเหนือจากอัลลอฮฺ ที่ศักดิ์สิทธิ์ สมควรได้รับการเคารพสักการะ กราบไหว้บูชา
1.1 การเคารพสักการะสิ่งอื่นใด นอกเหนือจากอัลลอฮฺ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นมนุษย์ที่ยังเป็น หรือตายไปแล้ว วัตถุที่มองเห็นหรือมองไม่เห็น ที่มีจริงหรือที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมา โดยไม่จำกัดว่าเคารพสักการะด้วยวิธีใด เช่นการกราบไหว้ การจุดธูปเซ่นไหว้ การทำบูชายันต์ การทำกุรบาน
1.2 การเชื่อหรือนับถือว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นศักดิ์สิทธิ์ นำโชค ปกป้องภัย เช่น สุสานนักบุญ ต้นไม้ ผ้ายันตร์ หิน เป็นต้น
1.3 การเชื่อว่าผู้วิเศษบางคนไม่ว่าจะเป็นหรือตายไปแล้ว สามารถจะให้ชะฟาอะฮฺ (การรับรองช่วยเหลือ) ให้มีสถานภาพที่ดีกว่าในโลกนี้และโลกหน้า{2:48} และจงยำเกรงต่อวันหนึ่ง ซึ่งชีวิตหนึ่งไม่สามารถที่จะช่วยแทนอีกชีวิตหนึ่งได้ และการรับรองจากชีวิตใดก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ และค่าไถ่จากชีวิตใดก็จะไม่ถูกรับ และพวกเขาก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือ
{6:51} และเธอจงตักเตือนด้วยอัลกุรอานแก่บรรดาผู้เกรงกลัวว่า พวกเขาจะถูกนำไปชุมนุมยังพระเจ้าของพวกตน โดยที่อื่นจากพระองค์แล้ว พวกเขาจะไม่มีผู้ช่วยเหลือและไม่มีผู้รับรอง เพื่อว่าพวกเขาจะได้ยำเกรง1.5 การเชื่อในโหราศาสตร์ และการทำนายทายทักในรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นด้วยการดูดวง การอ่านไพ่ยิปซี การอ่านถ้วยชากาแฟ การอ่านทราย การเสี่ยงทาย สาเหตุที่การเชื่อ โหราศาสตร์เป็นการตั้งภาคี ก็เพราะว่า โหราศาสตร์เชื่อว่า ดาวเคราะห์ทั้งหลายมีอิทธิพลต่อมนุษย์ทั้งโลก ศาสนทูตกล่าวว่า "พวกโหรนั้นโกหก แม้จะทำนายถูก"
2. การตั้งภาคีซ่อนเร้น
คือ การตั้งภาคีที่มีอยู่ภายในจิตใจ ที่ไม่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนจากภายนอก และไม่ได้มีการเคารพสักการะภาคีอันใดขึ้นมาเทียบเทียมกับอัลลอฮฺอย่างโจ่งแจ้ง แต่ให้ตนเองและผลประโยชน์ของตนเอง มีความสำคัญยิ่งกว่าอัลลอฮฺ หรือเท่าเทียมกับอัลลอฮฺ ซึ่งก็เหมือนว่าได้ตั้งภาคีกับพระองค์ เพราะได้เอาตนเองเป็นพระเจ้าเทียบเทียมกับอัลลอฮฺโดยไม่รู้ตัว2.1 การโอ้อวดในการทำอิบาดะฮฺ เพื่อจะให้ผู้อื่นสรรเสริญเยินยอ หรือเพื่อให้ได้ผลตอบแทนทางโลกอื่น ๆ เช่นนมาซนาฟิละฮฺต่อหน้าผู้คนเพื่อให้คนชมว่าเป็นคนขยันนมาซ ป่าวประกาศการบริจาคเพื่อให้ยกย่องสรรเสริญว่าใจบุญสุนทาน
2.2 การลำพองตนว่า คุณงามความดี ทรัพย์สมบัติ เกียรติยศศักดิ์ศรี ที่ตนมี ได้มาด้วยความพยายามและความฉลาดของตนเอง กอรูนผู้เป็นมหาเศรษฐึร่ำรวยมหาศาลในสมัยของมูซาก็ได้หลงตน และกล่าวว่าศาสนทูตกล่าวว่า "ผู้ใดที่มีความยโสโอหังในใจของเขา แม้เท่าเมล็ดผักกาด เขาก็จะไม่ได้เข้าสวรรค์"

