ซินา
จาก Siamic
ซินา (ภาษาอาหรับ: زنا /ซินา/) หรือการผิดประเวณี คือการร่วมเพศระหว่างชายและหญิงโดยไม่ชอบธรรม ปราศจากการสมรส หรือการมีสิทธิ์เป็นเจ้าของในทาสหญิง (มุลกุ อัลยะมีน)
ผู้ที่กระทำผิดซินาต้องได้รับโทษตามกฏบัญญัติอิสลาม ตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
1) มีผู้ฟ้องต่อศาล โดยโจทย์จะต้องมีสักขีพยาน 4 คนมาให้การ ว่าเห็นการกระทำของจำเลยอย่างชัดเจน โดยปราศจากความเคลือบแคลงใด ๆ ทั้งสิ้น
2) ผู้ทำผิดซินายอมรับสารภาพเอง มัซฮับหะนะฟีย์ กล่าวว่าเพียงครั้งเดียวก็ใช้ได้ สำหรับคนใบ้ ต้องสารภาพด้วยท่าทางที่ให้หลายคนเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า เขาได้ทำผิดซินา ส่วนตามทัศนะของมหาชน ผู้ทำผิดซินาจะต้องสารภาพสี่ครั้งในเวลาและสถานที่ ๆ แตกต่างกัน
ซินาเป็นบาปใหญ่ประการหนึ่งที่ศาสนาอิสลามห้ามและเตือนไม่ให้มุสลิมเข้าใกล้การกระทำนี้ เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่สกปรกและเลวร้ายยิ่ง
จากโองการอัลกุรอานข้างต้นแสดงให้เห็นว่า มุสลิมต้องหลีกห่างจากสาเหตุต่าง ๆ ที่อาจจะนำเขาไปสู่การพลั้งเผลอกระทำผิดซินา ทั้งนี้การซินานั้นเป็นบาปใหญ่ที่มีโทษหนักทั้งในโลกนี้และโลกหน้า นอกจากนี้เราพบว่าในยุคสมัยปัจจุบัน มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจจะนำไปสู่การซินาได้โดยง่าย เช่น ภาพลามกตามสื่อต่าง ๆ สถานบริการทางเพศที่มีอยู่อย่างมากมาย วัฒนธรรมการคบหาอย่างเสรีกับเพศตรงข้ามตามแบบฉบับของชาวตะวันตก ฯลฯ
ภัยของการซินานั้นเห็นได้ชัดเจนในรูปแบบของโรคเอดส์ ที่ระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ และโรคติดต่ออื่น ๆ อีกหลายชนิด นอกจากปัญหาโรคร้ายแล้ว ซินายังได้ก่อให้เกิดผลพวงตามมามากมายในสังคม เช่น ลูกที่ไม่มีพ่อจะขาดความอบอุ่นในครอบครัว แล้วในที่สุด ก็เติบโตขึ้นมาสร้างปัญหากับสังคมต่อไป ปัญหาการขายตัวของเด็กสาว การทารุณกรรมทางเพศ ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาด้านสาธารณะสุข ปัญหายาเสพติด ปัญหาความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมของเยาวชน ฯลฯ ซึ่งล้วนอาจจะเกี่ยวข้องกับการไม่ใส่ใจต่อปัญหาซินา ซึ่งเป็นสาเหตุเบื้องต้นของปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้
เนื้อหา |
ซินา เป็นบาปมหันต์
ซินา เป็นบาปมหันต์ ผู้ที่ทำผิดซินาจะต้องถูกลงโทษด้วยการตกนรกถาวรนิรันดร ถ้าหากไม่สำนึกผิดก่อนตาย
{25:68} และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮฺ และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิต ซึ่งอัลลอฮฺทรงห้ามไว้เว้นแต่เพื่อความยุติธรรม และพวกเขาไม่ผิดประเวณี และผู้ใดกระทำเช่นนั้นเขาจะพบกับความบาป {25:69} การลงโทษในวันฟื้นคืนชีพจะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับเขา และเขาจะถาวรอยู่ในนั้นอย่างอัปยศ {25:70} เว้นแต่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัวและศรัทธาและประกอบการงานที่ดีเขาเหล่านั้นแหละอัลลอฮฺจะทรงเปลี่ยนความชั่วของพวกเขาเป็นความดี และอัลลอฮฺทรงเป็นพระผู้ทรงอภัย พระผู้ทรงปรานีเสมอ
มาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซินา
ด้วยเหตุที่ซินาสามารถก่อปัญหามากมายต่อสังคม ศาสนาอิสลามจึงได้กำหนดมาตรการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซินาขึ้น เช่น
1. ห้ามไม่ให้มองเพศตรงกันห้าม เพราะการมองเป็นจุดเริ่มต้นของซินา {24:30} จงบอกแก่บรรดาบุรุษผู้มีศรัทธา ให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ และให้พวกเขารักษาอวัยวะเพศของพวกเขา นั่นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งแก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ {24:31} และจงบอกแก่บรรดาสตรีผู้มีศรัทธา ให้พวกนางลดสายตาของพวกนางลงต่ำ และให้พวกนางรักษาอวัยวะเพศของพวกนาง หากการมองยังเป็นที่ต้องห้าม การดูหนังเซ็กซ์ ภาพโป๊ และทุกอย่างที่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ถือว่าหะรอมทั้งสิ้น
2. ห้ามผู้หญิงเผยเอาเราะฮฺหรือเครื่องประดับให้ผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติสนิทเห็น {24:31}... และอย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกนาง เว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้ และพวกนางต้องปิดด้วยผ้าคลุมศีรษะของนางลงมาถึงหน้าอกของนาง และอย่าให้นางเปิดเผยเครื่องประดับของพวกนาง เว้นแต่แก่สามีของพวกนาง หรือบิดาของพวกนาง หรือบิดาของสามีของพวกนาง หรือบุตรชายของพวกนาง หรือบุตรชายของสามีของพวกนาง หรือพี่ชายน้องชายของพวกนาง หรือบุตรชายของพี่ชายน้องชายของพวกนาง หรือบุตรชายของพี่สาวน้องสาวของพวกนาง หรือพวกผู้หญิงของพวกนาง หรือ(ทาสและทาสี)ที่มือขวาของพวกนางครอบครอง หรือคนรับใช้ผู้ชายที่ไม่มีความรู้สึกทางเพศ หรือเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องอวัยะพึงสงวนของผู้หญิง และนางอย่าเคาะเท้าของตน เพื่อให้เป็นที่รู้ว่าเครื่องประดับที่พวกนางปกปิดอยู่ ... ในทางตรงกันข้ามกัน ก็ห้ามไม่ให้ผู้ชายเปิดเผยเอาเราะฮฺของตนเช่นเดียวกัน
3. ห้ามไม่ให้มีการคลุกคลีและคบกันอย่างอิสระระหว่างชายหญิง
4. การกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ทำซินา คือการเฆี่ยนหนึ่งร้อยหวายสำหรับผู้ที่ยังโสด โดยให้ลงโทษต่อหน้าสาธารณะชนเพื่อผู้คนจะได้ไม่เอาเยี่ยงอย่าง {24:2} หญิงผู้ผิดประเวณีและชายผู้ผิดประเวณี พวกเธอจงโบยเขาทั้งสอง คนละหนึ่งร้อยที และอย่าให้ความสงสารต่อคนทั้งสองนั้นยับยั้งพวกเธอไม่ให้ปฏิบัติตามพระบัญญัติของอัลลอฮฺเป็นอันขาด หากพวกเธอศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันปรโลกจริง และจงให้ผู้มีศรัทธาชนกลุ่มหนึ่งเป็นสักขีพยานในการลงทัณฑ์คนทั้งสอง
5. การกำหนดบทลงโทษด้วยการประหารชีวิต นั่นคือด้วยการขว้างด้วยหิน ถ้าผู้กระทำผิดเคยแต่งงานมาแล้ว แสดงว่าซินาเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรง เหมือนกับการฆ่าคน
7. ส่งเสริมให้หนุ่มสาวแต่งงาน เพื่อลดปัญหาการซินา ท่านนบี(ศ)ได้กล่าวว่า "โอ้ บรรดาผู้เป็นหนุ่มทั้งหลาย! ผู้ใดที่มีความสามารถในหมู่พวกเธอก็จงแต่งงานเถิด เพราะมันจะช่วยสงวนอวัยวะเพศของพวกเธอจากการประพฤติผิดได้ดีกว่า มันจะช่วยลดสายตาของพวกเธอให้ต่ำลงมากขึ้น" (เป็นผู้ที่สำรวมตนไม่มองสิ่งที่ผิด)(รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม)
8. ห้ามไม่ให้คนที่ทำซินาแต่งงานกับคนที่บริสุทธิ์ เพราะจะนำมลทินและโรคร้ายมาแก่คู่ชีวิต {24:3} ชายผู้ผิดประเวณีจะไม่สมรส นอกจากกับหญิงผู้ผิดประเวณีหรือหญิงผู้ตั้งภาคี และหญิงผู้ผิดประเวณีจะไม่มีผู้ใดสมรสกับนาง นอกจากชายผู้ผิดประเวณีหรือชายผู้ตั้งภาคี และสิ่งนั้นเป็นที่ต้องห้ามแก่บรรดาผู้มีศรัทธา
9. ผู้ที่ไม่มีความสามารถที่จะแต่งงาน ให้อดกลั้นข่มตนรักษาความบริสุทธิ์ ด้วยการถือศีลอดและการทำอิบาดะฮฺ {24:33} และบรรดาผู้ที่ยังไม่มีโอกาสสมรส ก็จงให้เขาข่มความใคร่จนกว่าอัลลอฮฺจะทรงให้พวกเขาร่ำรวยขึ้นจากความโปรดปรานของพระองค์
10. ห้ามไม่ให้ผู้ใดบีบบังคับหญิงสาวทำซินา หรือปล่อยให้หญิงสาวตกยากลำบากจนถึงขั้นต้องออกขายตัวเพื่อพาตัวรอด {24:33} ... และพวกเธออย่าบังคับบรรดาเด็กสาวของพวกเธอให้ผิดประเวณี ...
11. ห้ามไม่ให้เข้าใกล้สถานที่ ที่มีการทำซินา ซ่อง บาร์ ไนท์คลับ สถานที่บริการอาบอบนวด {17:32} และพวกเธออย่าเข้าใกล้การผิดประเวณี แท้จริงมันเป็นการลามกและทางอันชั่วช้า
12. ห้ามไม่ให้เด็กรู้เห็นเรื่องทางเพศ ด้วยเหตุนี้อิสลามจึงบัญญัติให้ผู้ใหญ่ไม่อนุมัติให้เด็ก ๆ ไม่ว่าก่อนจะบรรลุศาสนนิติภาวะหรือเด็กรุ่นหลังบรรลุศาสนิติภาวะ เข้าในห้องนอนของนอนของผู้ใหญ่ในเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่นเวลาพักเที่ยง หรือหลังจากนมาซอิชาอ์จนถึงศุบฮิ {24:58} ดูกร บรรดาผู้มีศรัทธา! บรรดาผู้ที่มือขวาของพวกเธอครอบครอง และบรรดาผู้ที่ยังไม่บรรลุศาสนนิติภาวะในหมู่พวกเธอ จะต้องขออนุญาตพวกเธอสามเวลาคือ ก่อนเวลานมาซฟัจญ์ริ และเวลาพวกเธอเปลื้องเสื้อผ้าในยามกลางวัน และหลังจากเวลานมาซอิชาอ์ ทั้งสามนี้เป็นเวลาส่วนตัวของพวกเธอ
13. ห้ามการคบชู้ หรือการมีกิ๊ก {5:4} ... เมื่อพวกเธอได้มอบสินสอดของพวกนางให้แก่พวกนางในฐานะเป็นผู้สมรส ไม่ใช่เป็นผู้ผิดประเวณี และไม่ใช่ยึดเอานางเป็นชู้ และจงให้สินตอบแทนของพวกนางแก่พวกนางโดยชอบธรรม ในฐานะที่พวกนางเป็นหญิงที่บริสุทธิ์ {4:25} และจงให้สินตอบแทนของพวกนางแก่พวกนางโดยชอบธรรม ในฐานะที่พวกนางเป็นหญิงที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่เป็นหญิงที่ค้าประเวณี และไม่ใช่หญิงที่คบชู้
14. กฎบัญญัติอัลกุรอานพิทักษ์ชาวมุสลิมไม่ให้ถูกหมิ่นประมาท ด้วยการถูกใส่ร้ายว่า ทำซินา หรือเป็นลูกซินา อิสลามมีกฏบัญญัติลงโทษผู้ที่ใส่ร้ายคนอื่นว่าทำซินา ด้วยการโบย 80 ที หากไม่มีสักขีพยาน
15. สามีที่กล่าวหาว่าภารยาของตนว่าทำซินา จะต้องนำสักขีพยานมา 4 คน หากไม่สามารถที่จะหามาได้ ก็ต้องทำพิธีสาบาน เรียกว่า พิธีลิอาน หลังจากพิธีสาบานแล้ว สามีภารยาคู่นี้จะกลับมาคืนดีไม่ได้อีกเด็ดขาด และสามีห้ามกล่าวหานางอีกเด็ดขาด มิฉะนั้นจะถูกลงโทษด้วยการโบยหลัง 80 ที กฎบัญญัตินี้มีขึ้นก็เพื่อปกป้องสิทธิสามีภารยาทั้งสองฝ่าย ดู อัลกุรอาน {24:6-9}
ซินาเป็นสัญญาณของวันโลกาวินาศ
ศาสนาอิสลามยังถือว่าการแพร่กระจายของซินาอย่างกลาดเกลื่อนนั้น คือความหายนะของมนุษยชาติ และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า โลกกำลังเข้าใกล้จุดจบมากขึ้นทุกที ท่านนบี(ศ)ได้กล่าวถึงสัญญาณของวันสิ้นโลกว่า "แท้จริงในจำนวนสัญญาณต่าง ๆ ของวันสิ้นโลกนั้น คือการแพร่กระจายของซินาอย่างเปิดเผย" (รายงานโดยมุสลิม)
ธุรกิจซินามีทุกหนแห่งบนโลก และแทรกอยู่ในสื่อทุกอย่าง ในวันนี้เราจะพบว่าอินเตอร์เน็ตเป็นสื่อที่นำซินาเข้ามาเผยแพร่แก่ผู้คนทุกเพศ ทุกวัย
นอกจากนี้ในบางสังคม ยังได้เอากฎบัญญัติศาสนามาดัดแปลง เพื่อเป็นเครื่องมือในการเลี่ยงการถูกกล่าวหาว่าทำซินา นั่นก็คือภายใต้ชื่อการแต่งงานมุตอะฮฺ (ในชีอะฮฺ)

