หน้าหลัก

จาก Siamic

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

สยามิค: นานาสาระเกี่ยวกับอิสลามและมุสลิม

ทัศนะหรือสำนักใดที่นำเสนออิสลามที่แท้จริง ย่อมไม่ผสมผสานกับญาฮิลียะฮฺหรือบิดอะฮฺแม้แต่นัอย

พวกชีอะฮฺนุศ็อยรียะฮฺ (อะละวียะฮฺ)

พวกนุศ็อยรียะฮฺดั้งเดิมอาศัยอยู่ในเขตเทือกเขาอันนุศ็อยริยีนในอัลลาซิกียะฮฺ ภาคเหนือของประเทศซีเรีย ซึ่งติดกับชายทะเลเมอดิเตอร์เรเนียน แต่ในปัจจุบันหลังจากที่พวกเขามีอำนาจในซีเรีย ก็ได้โยกย้ายเข้าไปอาศัยในเมืองต่างๆ ในเลบานอนและปาเลสไตน์ก็มีพวกนุศ็อยรียะฮฺอาศัยอยู่เช่นกัน

ปัจจุบันมีประชากรชาวนุศ็อยรียะฮฺในซีเรียประมาณ 2,1 ล้านคน (12%) ในเลบานอน 100,000 คน และในตุรกี 1 ล้านคน

อ่านต่อ ...

ครอบครัวอัลอะสัด ผู้กุมบังเหียนซีเรีย

คำพยากรณ์เก่าๆเอามาปัดฝุ่น

ในเวลาปัจจุบันพวกชีอะฮฺ โดยเฉพาะในอิหร่าน รอคอยการปรากฏตัวของ ศอลิหฺ บินชุอัยบฺ และอัลคุรอซานีย์ บุรุษคนหนึ่งจากแผ่นดินคุรอซาน แห่งอิหร่าน ซึ่งเขาจะเป็นผู้มอบธงชัยให้แก่อิมามมะฮฺดี แล้วอิมามมะฮฺดีก็จะปรากฏตัวแก่ชาวโลก หลังจากหลบซ่อนตัวเป็นเวลาพันสองร้อยปี พวกเขาพยายามปลุกระดมว่า อัลคุรอซานีย์ก็คือ ประมุขสูงสุด คอมาเนอีย์ ส่วนศอลิหฺ บินชุอัยบฺ ก็คือประธานาธิบดีอะหฺมาดีเนจาด

อ่านต่อ ...

อะหฺมัด อัลกอบันจี ผู้ทำลายอิสลามมืออาชีพ

อะฮฺมัด กอบันจี ศัตรูอิสลามในคราบมุสลิม


ในปัจจุบันนี้มีซินดีกมากมาย แต่ที่เด่นที่สุดในเวลานี้ ก็คือ ซัยยิด อะหฺมัด อัลก็อบันจี ชาวอิรักเชื้อสายอิหร่าน ที่ได้เปิดสำนักซินดีกขึ้นมา อย่างโจ่งแจ้ง โดยตั้งชื่อว่า อัลวุจญ์ดาน (ความสำนึก) เขาได้กลายเป็นซินดีกมืออาชีพ ที่ออกโรงเพื่อต่อต้านอิสลามโดยอ้างว่า เพื่อปกป้องอิสลาม

อ่านต่อ ...

ชีอะฮฺคืออะไร ...

เด็กชายชีอะฮฺกำลังฟาดหลังตัวเองด้วยมีดในพิธีอาชูรออ์

ชีอะฮฺ เป็นคำที่ใช้เรียกลัทธิที่ยึดเอาอะลีย์ บินอะบีฏอลิบและบุตรหลานของท่านเป็นผู้นำสูงสุดหลังจากศาสนทูตมุหัมมัด ซึ่งได้แยกออกเป็นหลายสาขา บางสาขาก็ได้ประกาศตนออกจากศาสนาอิสลามอย่างเป็นทางการ บางสาขาก็ยังอยู่ในศาสนาอิสลาม บทความนี้จะสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชีอะฮฺอย่างสังเขป

อ่านต่อ ...

หากอิมามมูซา อัศศ็อดัร กลับมา ...

อิมามมูซา อัศศ็อดัร

บทความนี้เขียนในเดือนมีนาคม 2011 เมื่อครั้งที่พวกชีอะฮฺประโคมข่าวออกมาว่า อิมามมูซา อัศศ็อดัร เป็นเหมือนอิมามมะฮฺดีน้อยๆคนหนึ่ง ที่จะปรากฏตัวหลังจากหายตัวไปเป็นเวลาสามทศวรรษ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ชาวลิเบียเริ่มก่อการปฏิวัติ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียยังไม่ได้ถูกฆ่า จนกระทั่งวันนี้อิมามมูซา อัศศ็อดัร ที่ชีอะฮฺรอคอยก็ไม่ได้กลับมา เป็นแบบเดียวกับการรอคอยอิมามมะฮฺดี ที่ไม่ได้กลับมา แม้เวลาจะผ่านไป 12 ศตวรรษแล้วก็ตาม

อิมามมูซา อัศศ็อดัร หายตัวไปในลิเบีย ในเดือนสิงหาคม 1978 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศอิหร่าน กำลังก่อการปฏิวัติขับไล่ชาห์ ปาห์เลวี

เราก็กังวลว่า ถ้าท่านออกมาแล้ว ท่านจะต้องเศร้าโศกเสียใจอย่างมาก ที่พบว่า โลก(ชีอะฮฺ)นี้ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ท่านเคยคาดคิด เรากังวลว่า ท่านจะเศร้าโศกเสียใจ จนเป็นอันตรายต่อสุขภาพของท่าน

นั่นก็เพราะว่า ... ท่านจะต้องพบความจริงที่ท่านไม่เคยคาดฝัน ความจริงที่เจ็บปวด รวดร้าว

อ่านต่อ ...

ศาสนาอิสลามต่อต้านโหราศาสตร์

โหราศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ไม่ได้ตั้งบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ศาสนาอิสลามต่อต้านโหราศาสตร์อย่างรุนแรง และถือว่าเป็นการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ เพราะเป็นศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความงมงาย เป็นการเดาสุ่ม และเป็นการเชื่่อว่าดาวดวงมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ อันเป็นการขัดแย้งกับอิสลามอย่างรุนแรง เพราะผู้ที่มีอำนาจและอิทธิพลอย่างแท้จริงคืออัลลอฮฺเท่านั้น นบีมุหัมมัดกล่าวว่า "โหรโกหกแม้ว่าจะทำนายถูกต้องก็ตาม" และท่านยังกล่าวอีกว่า "ผู้ใดมาหาโหร และเชื่อการทำนายทายทักของเขา ก็เท่ากับว่าได้ปฏิเสธศรัทธาต่อสิ่งที่ได้ถูกนำลงมาแก่มุหัมมัด"

อ่านต่อ ...

การประกอบพิธีหัจญ์

การประกอบพิธีหัจญ์ หรือ การทำหัจญ์ จากภาษาอาหรับ: حج /หัจญ์/ การสะกดไม่มาตรฐาน: ฮัจย์

คือการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่นครมักกะฮฺในเดือนซุลฮิจญะฮฺ ตามวันเวลา และสถานที่ต่าง ๆ ที่ทางศาสนาอิสลามกำหนดไว้ ซึ่งศาสนกิจข้อนี้เป็นหน้าที่สำหรับมุสลิมทั้งชายและหญิง ทุกคนที่มีความสามารถในด้านร่างกาย ทรัพย์สิน และการเดินทาง ที่จะต้องปฏิบัติ เรียกผู้ทำพิธีหัจญ์ว่า หาจญ์ เพี่้ยนเป็นภาษามลายูว่า ฮาญี

อ่านต่อ ...

การเสี่ยงทาย: การหลอกลวงของชัยฏอน

การเสี่ยงทาย (ภาษาอาหรับ: استخارة /อิสติคอเราะฮฺ/ หรือ اخذ الخيرة /อัคซุ อัลคีเราะฮฺ/; ภาษาอังกฤษ: divination) คือการใช้วิธีการบางอย่าง เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ตนเองลังเล โดยอาจจะเชื่อว่า ผลลัพท์ของการเสี่ยงทายนั้น มาจากการชี้นำของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองเคารพนับถือ

ศาสนาอิสลามได้บัญญัติห้ามการเสี่ยงทาย เนื่องจากว่า มันเป็นสิ่งที่งมงาย ที่ชักนำมนุษย์สู่ความหลงผิด อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

อ่านต่อ ...

บรรดามะลาอิกะฮฺผู้แบกพระบัลลังก์

บรรดามะลาอิกะฮฺผู้แบกพระบัลลังก์และบรรดามะลาอิกะฮฺที่ล้อมรอบพระบัลลังก์ ต่างสรรเสริญสดุดีพระพิสุทธิคุณ และขออภัยโทษจากอัลลอฮฺให้แก่บรรดาศรัทธาชน ผู้ที่ได้สำนึกผิด

อ่านต่อ ...

กะอฺบะฮฺ คือบ้านที่ประเสริฐที่สุด

บ้านที่ประเสริฐที่สุด คือกะอฺบะฮฺ หรือที่เรียกว่า บัยตุลลอฮฺ (บ้านแห่งอัลลอฮฺ) ในมักกะฮฺ (บักกะฮฺ) เท่านั้น
{3:96} แท้จริงบ้านหลังแรกที่ถูกก่อตั้งขึ้นสำหรับมนุษยชาตินั้น คือบ้านที่บักกะฮฺ ซึ่งได้รับการประสาทความจําเริญ และเป็นทางนำแก่ประชาชาติทั้งหลาย {3:97} ในบ้านนั้น มีหลายสัญญาณที่ชัดแจ้ง (ส่วนหนึ่งนั้น) คือมะกอมอิบรอฮีม และผู้ใดได้เข้าไปในบ้านนั้น เขาก็เป็นผู้ปลอดภัย และหน้าที่ ที่อัลลอฮฺได้กำหนดแก่ปวงมนุษย์นั้น คือการมุ่งสู่บ้านหลังนั้น เฉพาะผู้ที่สามารถเดินทางไปยังบ้านหลังนั้นได้ และผู้ใดปฏิเสธ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอิสระจากสากลโลก

อ่านต่อ ...

หลักศรัทธาของอะฮฺลุลบัยตฺ: ห้ามเคารพบูชาสุสาน

ชาวคริสเตียนกำลังทำพิธีเคารพบูชาเยซู ที่สุสานของเยซูในปาเลสไตน์

วันนี้เราจะเห็นว่าชาวชีอะฮฺทั่วโลกและพวกศูฟีย์เคารพนับถือสุสานของบรรดาอิมาม และวะลีย์ จนถึงขั้นเป็นการบูชาสักการะ พวกเขาจะก่อสร้างมัสญิดครอบสุสาน และทำให้สุสานเป็นสถานที่ทำอิบาดะฮฺในทุกรูปแบบ ทั้ง ๆ ที่ตามความเป็นจริงแล้ว อัลกุรอาน หะดีษ และคำสั่งสอนของอิมามชีอะฮฺ ได้ห้ามไม่ให้ทำเช่นนั้น

อ่านต่อ ...

ศาลเจ้าแม่อนาหิตา-ชะหัรบานู

ศาลเจ้าแม่อนาหิตา-ชะหัรบานู ในเรย์ เตหะราน

การบูชาเจว็ด ทุกหนแห่งบนโลก มีจุดเริ่มต้นมาจากนิยายที่อุปโลกน์ปั้นแต่งขึ้นมา ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลสำคัญ หรือบุคคลที่มีคุณงามความดี ชัยฏอนจะดลใจพวกบูชาเจว็ดให้แต่งนิยายขึ้นมา เพื่อให้เจว็ดนั้นได้กลายเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ จะได้เป็นที่เคารพบูชา ศาลเจ้าแม่อนาหิตา-ชะหัรบานู คือตัวอย่างของการตั้งภาคี ที่ไม่มีอุละมาอ์ชีอะฮฺคนไหนมีเวลาออกมาต่อต้าน


อ่านต่อ ...

การด่าทอเป็นสุนนะฮฺของชาวนรก

ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่มีคุณธรรมสูงส่ง มีจริยธรรมงดงาม ห้ามการด่าทอสาปแช่ง แม้กระทั่งการด่าทอเจว็ด อันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดก็ตาม เพราะไม่อยากให้พวกบูชาเจว็ดมาด่าทออัลลอฮฺ ถ้าสมมุติว่านบีมุหัมมัดยังมีชีวิตอยู่ และสมมุติว่าภารยาของท่านบางคนเป็นคนเลว ท่านนบีจะชื่นชอบให้คนด่าทอภารยาของท่านอย่างนั้นหรือ? ท่านนบีจะบอกว่า ด่าเยอะ ๆ แล้วจะได้ผลบุญเยอะ ๆ อย่างนั้นหรือ? ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตาม ไม่อยากได้ยินใครมาด่าแช่งภารยาของตน แม้ว่าภารยาของตนจะดีหรือเลวก็ตาม

อ่านต่อ ...

เรื่องตลกที่ไม่ขำเลย: มารดาศรัทธาชนอาอิชะฮฺลอบฆ่านบีมุหัมมัด (ศ)

มีเรื่องตลกมากมาย ที่ปั้นแต่งขึ้นมาในระยะเวลาพันปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับบุคคลสำคัญของอิสลาม บางเรื่องก็ทำให้หญิงที่กำลังไว้อาลัยลูกตาย ต้องหัวเราะ แต่บางเรื่องฟังแล้วต้องร้องไห้ หนึ่งในจำนวนเรื่องตลกที่ชีอะฮฺแต่งขึ้นมา ก็คือ เรื่องที่มารดาศรัทธาชนอาอิชะฮฺและฮัฟเศาะฮฺเป็นผู้วางยาพิษฆ่าท่านนบีมุหัมมัด (ศ) เรื่องตลกนี้ ฟังแล้วขำไม่ออกยังไม่พอ ยังทำให้น้ำตาของคุณไหลอาบแก้มอีกด้วย

วรรณกรรมของพวกฆุลาต ที่แต่งขึ้นมาในอดีต เพื่อเยาะเย้ยดูหมิ่นศาสนาอิสลาม ถูกนำเอาออกมาใช้ในโลกอินเตอร์เน็ต มีเชคชีอะฮฺบางคนเอาความโสมมของพวกฆุลาตมานำเสนอ เพื่อปลุกระดมผู้คนให้เข้าใจว่า นบีมุหัมมัดสิ้นชีวิตเนื่องจากถูกฆาตกรรม และฆาตกรก็คือภารยาของท่านเอง นั่นคือมารดาศรัทธาชนอาอิชะฮฺและฮัฟเศาะฮฺ สุบฮานัลลอฮฺ ดูเหมือนการทำลายล้างอิสลามของพวกฆุลาต จะไม่มีวันจบสิ้น จนถึงวันกิยามะฮฺ

ดูวิดิโอคลิป อาอิชะฮฺฆ่าศาสนทูต!!!

การใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์ว่าทำซินาเป็นบาปมหันต์

ศาสนาอิสลามพิทักษ์รักษาเกียรติยศของผู้ศรัทธาชายและหญิง ด้วยการกำหนดบทบัญญัติห้ามไม่ให้แพร่หลายสิ่งอนาจาร และห้ามใส่ร้ายผู้อื่นว่ากระทำสิ่งอนาจาร ผู้ใดที่ใส่ร้ายผู้อื่นโดยไร้หลักฐาน ก็จะถูกลงโทษด้วยการโบยหลัง 80 ครั้ง ในสมัยท่านนบี ท่านมารดาศรัทธาชนอาอิชะฮฺถูกพวกมุนาฟิกใส่ร้ายว่าทำซินา แต่อัลลอฮฺก็ได้ทรงประทานวะฮีย์มายืนยันความบริสุทธิ์ของนาง พวกสาวกที่ใส่ร้ายนาง ก็ถูกลงโทษด้วยการโบยหลัง 80 ที

อ่านต่อ ...

ลิอาน (พิธีสาบานสาปแช่ง)

พิธีลิอานจะมีขึ้นก็ต่อเมื่อสามีกล่าวหาว่า ภรรยาของตนว่ามีชู้ หรือปฏิเสธทารกในครรภ์ของภรรยาของตน ทั้งสองจะต้องกล่าวคำลิอานต่อหน้าผู้พิพากษา สามีจะสาบานสี่ครั้ง ว่าตนพูดความจริงในการกล่าวหาว่าภรรยาของตนมีชู้ และจะสาบานครั้งที่ห้าให้อัลลอฮฺทรงลงโทษ ให้ตนประสบกับความวิบัติ หากตนกล่าวหานางด้วยความเท็จ เป็นการทดแทนการนำสักขีพยานมาสี่คน และเขาจะรอดพ้นจากโทษทัณฑ์การกล่าวหา ส่วนภรรยาก็ต้องสาบานสี่ครั้งเช่นกัน ว่าสามีของนางพูดเท็จ และครั้งที่ห้า ขอให้อัลลอฮฺทรงลงโทษนางด้วยความพิโรธของพระองค์ หากเขาพูดความจริง ด้วยการลิอานนี้นางจะรอดพ้นจากโทษทัณฑ์การประหารชีวิต และฝ่ายชายก็จะพ้นจากโทษทัณฑ์การกล่าวหา แต่ทั้งสองฝ่ายต้องหย่าร้างกันเด็ดขาดไปตลอดชีวิต

อ่านต่อ ...

จดหมายถึงอิมามมะฮฺดี

การส่งจดหมายถึงอิมามมะฮฺดี ในคืนนิศฟุชะอฺบาน หรือวันเวลาอื่น ๆ เป็นการอุตริ และการปั้นน้ำเป็นตัวอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้ยังเป็นการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺอีกด้วย มันไม่ต่างกับการส่งจดหมายของเด็ก ๆ คริสเตียนถึงซันตาคลอสในคืนคริสต์มาส

อ่านต่อ ...

อัลลอฮฺทรงอยู่ใกล้ที่สุด

อัลลอฮฺจะทรงตอบรับดุอาอ์ของผู้ที่ตอบรับพระองค์ก่อน
อัลลอฮฺทรงอยู่ใกล้คุณมากที่สุด และพระองค์ไม่ทรงเผอเรอ ดังนั้นคุณสามารถเรียกพระองค์โดยตรง ด้วยพระนามอันงดงามของพระองค์ และก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สื่อ ในการสื่อสารกับพระองค์ ดังนั้นการยึดเอาสิ่งใดก็ตามเป็นสื่อ ไม่ว่าจะเป็นเจว็ด หลุมฝังศพวะลีย์ หรือวะลีย์เอง หลุมฝังศพอิมาม หรืออิมามเอง หรือผู้ที่เป็นลูกหลานของผู้วิเศษคนใด ล้วนแต่เป็นอุตริและขัดต่อพระบัญชาของพระองค์

อ่านต่อ ...

ชีอะฮฺอิสมาอีลียะฮฺ

อากาข่าน ประมุขของอิสมาอีลียะฮฺ
อิสมาอีลียะฮฺเป็นลัทธิที่แยกออกจากศาสนาอิสลาม เนื่องจากพวกเขาว่า พวกเขาเชื่อว่าอิมามต่าง ๆ ว่าเป็นพระพักตร์ของอัลลอฮฺ และบรรดาอิมามคือผู้ที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริง พวกเขาเชื่อว่า ทุกอย่างมีซอฮิร (ภายนอก) และบาฏิน (ภายใน) ในปัจจุบันอิสมาอีลียะฮฺแบ่งออกเป็นสองพวกใหญ่ ๆ คือ โบห์รา และอิสมาอีลีย์อากาข่าน

อ่านต่อ ...

ความสุดโต่งเป็นการตั้งภาคีและการปฏิเสธศรัทธา

อะลีย์ บินอะบีฏอลิบและครอบครัว เป็นข้อทดสอบสำหรับประชาชาตินบีมุหัมมัด พวกที่เกลียดชังอะลีย์ บินอะบีฎอลิบและครอบครัว ก็จะประสบกับความพินาศ พวกที่คลั่งรักในอะลีย์ บินอะบีฏอลิบและครอบครัว ก็จะประสพกับความพินาจเช่นเดียวกัน

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีลัทธิที่เกิดขึ้นในอิสลามมากกว่าร้อยลัทธิ โดยมีสาเหตมาจากความรัก หรือการแอบอ้างว่ารัก ที่มีต่ออะลีย์ บินอะบีฏอลิบ มีลัทธิมากมายที่อ้างว่าอะลีย์เป็นพระผู้เป็นเจ้าที่อวตารลงมา บ้างก็อ้างว่าอะลีย์คือผู้ที่จะได้เป็นนบีอย่างแท้จริง แต่กลับถูกนบีมุหัมมัดแย่งเอาสาส์นของอัลลอฮฺไป บ้างก็ว่าญิบรีลผู้นำสาส์นลงมานั้น ไปมอบให้แก่มุหัมมัด ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วต้องมอบให้แก่อะลีย์ บ้างก็ว่าอะลีย์และลูกหลานของอะลีย์เป็นใบหน้าของอัลลอฮฺ ซึ่งการอุตริส่วนใหญ่จะอยู่ในหมู่ลัทธิต่าง ๆ ที่แตกสาขาจากลัทธิชีอะฮฺ

อ่านต่อ ...

เมื่ออิมามฮุเซนได้กลายเป็นเจว็ดที่ถูกเคารพสักการะ

ชีอะฮฺกำลังแห่เจว็ดของอิมามฮุเซนในวันอาชูรออ์
มีคนกลุ่มหนึ่ง มีจำนวนนับล้าน อ้างว่ารักวงศ์วานของศาสนทูตมุหัมมัด พวกเขาเทอดทูน เยินยอ เคารพสักการะ และบูชาฮุเซน ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่นเคารพสุสาน เคารพรูปภาพ เป็นต้น แต่เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาได้เริ่มสร้างเจว็ดของฮุเซน เพื่อแห่ในวันอาชูรออ์ ให้ผู้คนได้จับต้องเป็นมงคล ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างกับพวกกาฟิรและมุชริก และเคารพสักการะรูปปั้นเลยแม้แต่น้อย

อ่านต่อ ...

อุทาหรณ์จากอันติออค

โบสถ์ในเมืองอันติออคโบราณ

อัลลอฮฺบัญชานบีมุหัมมัดให้เล่าเรื่องของนครอันติออคแก่ชาวอาหรับผู้ตั้งภาคี เพื่อเป็นอุทาหรณ์ เรื่องมีอยู่ว่านบีอีซาส่งทูตสามคนให้เดินทางจากปาเลสไตน์ไปเผยแผ่สาส์นของอัลลอฮฺในเมืองอันติออค โดยส่งสองคนไปก่อน ชาวเมืองอันติออคในสมัยนั้นสักการะบูชาเทวรูปต่าง ๆ บูชาดาวเคราะห์บนท้องฟ้า และลุ่มหลงในโหราศาสตร์ ตามความเชื่อถือของชาวกรีกสมัยนั้น (Hellenistic religion) เมื่อชาวเมืองปฏิเสธคำสั่งสอนของทูตทั้งสอง อัลลอฮฺจึงบัญชาอีซาให้ส่งทูตไปหนุนอีกคนหนึ่ง รวมเป็นสามคน

อ่านต่อ ...

พวกก็อรอมิเฏาะฮฺ หนึ่งในลัทธิทำลายล้างอิสลามในอดีต

หินดำที่กะอฺบะฮฺซี่งเคยถูกพวกก็อรอมิเฏาะฮฺปล้นเอาไป

พวกก็อรอมิเฏาะฮฺ (อาหรับ: قرامطة ) เป็นพวกชีอะฮฺอิสมาอีลียะฮฺสายหนึ่ง ที่มีความคิดขัดแย้งกับศาสนาอิสลามอย่างรุนแรง พวกก็อรอมิเฏาะฮฺเป็นพวกที่กินอาหารเจ ผู้คนจึงเรียกพวกเขาว่า บักกิลลียะฮฺ (พวกกินผัก) อีกด้วย

ชาวเปอร์เซียมีบทบาทสำคัญในการทำลายล้างอิสลามตลอดมา ในแต่ละยุค ก็จะมีรูปแบบการทำลายที่แตกต่างกัน หนึ่งในรูปแบบการทำลาย ก็คือการก่อตั้งลัทธิก็อรอมิเฏาะฮฺ ที่ก่อการร้ายในภูมิภาค เพื่อเข่นฆ่าชาวมุสลิม

อ่านต่อ ...

สงครามครูเสด

กอดเฟรย์แห่งบุยยอง
สงครามครูเสด (ภาษาอาหรับ: الحروب الصليبية /อัลฮุรูบ อัศศอลีบียะฮฺ/ หรือ الحملات الصليبية /อัลหัมลาต อัศศอลีบียะฮฺ/ แปลว่า สงครามไม้กางเขน) คือการสงครามที่เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 11 ถึง 13 โดยชาวคริสเตียนในทวีปยุโรปพากันยกทัพไปตีชาวมุสลิมในอาณาจักรออตโตมัน เพื่อแย่งเอาเมืองเยรูซาเล็ม ในปาเลสไตน์ อันเคยเป็นแหล่งของคริสต์ศาสนา นอกจากนี้ยังมีจุดมุ่งหมายทำสงครามกับชนศาสนาอื่น ๆ เช่น ยิว และคริสต์ศาสนาลัทธิอื่น ๆ เช่น ออร์โธดอกซ์

สัญญลักษณ์ของชาวคริสต์เตียนในสงครามครูเสด คือ ไม้กางเขน (Cross)

กองทัพที่ชาวคริสเตียนส่งมาจากยุโรปเข้าปะทะกับชาวมุสลิมในระหว่าง ค.ศ. 1096 - 1273 มีสาเหตุพอสรุปได้ดังนี้ อ่านต่อ ...

บรรดาบ่าวแห่งพระผู้ทรงเมตตาคือใคร?

ปรารถนาที่จะเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ พระผู้ทรงเมตตาใช่ไหม? เป็นบ่าวผู้จะได้เข้าสวรรค์ตามที่พระองค์สัญญาไว้ และได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติใช่ไหม?

นั่นก็คือมนุษย์ผู้ที่มีคุณสมบัติดั่งที่โองการ {25:63-76}ได้ระบุไว้

อ่านต่อ ...

นบีนูหฺ จอมศาสนทูต และบิดาที่สองของมนุษยชาติ

นบีนูหฺได้อยู่ร่วมกับหมู่ชนของท่านเพื่อประกาศเผยแผ่สาส์นแห่งอัลลอฮฺเป็นเวลานาน 950 ปี ({29:14}) ถึงกระนั้นก็ตาม ก็มีผู้ที่มีศรัทธาต่อท่านเพียงไม่ถึงหนึ่งร้อยคน แม้กระทั่งภรรยา ({66:10}) และบุตรชายของท่านเองคนหนึ่งก็ไม่ยอมศรัทธาต่อนบีนูหฺ ในที่สุด เมื่อเห็นว่าพวกเขาทุกรุ่น ล้วนแต่ดื้อรั้น ท่านจึงได้วิงวอนขอต่ออัลลอฮฺให้ทำลายล้างผู้คนเหล่านั้น อัลลอฮฺจึงได้ส่งอุทกภัย ท่านนำบรรดาผู้ที่มีศรัทธาลงเรือพร้อมกับสามคน แต่บุตรชายที่ไม่ศรัทธานั้น ไม่ยอมลงเรือกับท่าน ในที่สุดก็ต้องจมน้ำตาย ({11:42-43)}

อ่านต่อ ...

ออกจากกองไฟ เข้าสู่กองเพลิง

พระคริสเตียนถูกนำเข้าในเขตสุสานอิมามฮุเซนเพื่อไปกราบสุสาน คนที่สามข้างหลังบาดหลวงนั้น คือบาซิม อัลกัรบะลาอีย์ นักร้องชื่อดังของอิรัก
บาดหลวงคริสเตียนคนหนึ่งเข้ารับศาสนาอิสลาม ตามธรรมเนียม พระคริสต์คนนี้ต้องไปอาบน้ำชำระมลทิน และไปนมาซก่อนเป็นสิ่งแรก แต่พวกชีรอซีย์ในอิรัก กลับพาพระคนนี้ไปกราบสุสานอิมามฮุเซน มันเหมือนกับว่า หนีจากกองไฟ เข้ากองเพลิง ...

อ่านต่อ ...

การอุปถัมภ์เด็กกำพร้า สัญลักษณ์แห่งการศรัทธา

การอุปถัมภ์เด็กกำพร้า เป็นสัญลักษณ์แห่งการศรัทธา ก่อให้เกิดผลานิสงฆ์อันใหญ่หลวง ที่ทำให้คุณได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ และได้เข้าสวรรค์ของพระองค์
หากคุณทำให้เด็กกำพร้ายิ้มได้สักวัน คุณก็พลอยมีความสุขไปด้วยหลายเดือน

เด็กกำพร้า คือผู้ขาดบิดา ผู้เป็นกำลังสำคัญของครอบครัว หรือขาดมารดา ผู้เป็นกำลังใจและความอบอุ่น เด็กกำพร้าบางคน ขาดทั้งพ่อ ขาดทั้งแม่ ต้องอยู่ในความดูแลของผู้เป็นย่า หรือยาย หรือญาติคนอื่น ๆ ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากจนอยู่แล้ว จึงทำให้ชีวิตของเด็กกำพร้ามีแต่ความทุกข์ยาก ขาดความอบอุ่น ขาดอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ขาดโอกาสทางการศึกษา ขาดสภาพแวดล้อมที่ดี ๆ ที่จะหล่อหลอมให้เขาเติบโตมาเป็นคนที่มีคุณภาพ ชีวิตของเด็กกำพร้ามี่แต่ความบกพร่อง เป็นเรื่องปกติที่เด็กที่ขาดความอบอุ่นทางใจ จะเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย

อัลกุรอานพูดถึงความสำคัญของการอุปถัมภ์เด็กกำพร้าอย่างไร?

อ่านต่อ ...

อะฮฺมัด มุศ็อดดิก อุตริเป็นนบีอีกคน

อะฮฺมัด มุศ็อดดิก อัลมะซีหฺ อัลเมาอูด (อะหฺมัด ผู้มายืนยัน พระมาซีอาห์ อันเป็นที่สัญญา) ถูกทางการจับตัวในปี 2007 ศาลตัดสินจำคุก 4 ปีฐานหลอกลวงประชาชน
ชายผู้มีอายุคนหนึ่งมีชื่อว่า อับดุสสะลาม ได้เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น อะฮฺมัด มุศ็อดดิก (อะฮฺมัด ผู้มายืนยัน) และตั้งฉายาว่า อัลมะซีหฺ อัลเมาอูด ร่อซูลุลลอฮฺ(พระมาซีอาห์ อันเป็นที่สัญญา ศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ) เขาอ้างว่าเขาคือนบีอะหฺมัด ที่อัลกุรอานพูดถึง เขามาเพื่อยืนยันการมีของบรรดานบีต่าง ๆ และเขาคืออัลมะซีฮฺ (พระมาซิอาห์ ที่ยิว คริสเตียน และมุสลิม รอคอย) และเขาคือ อัลเมาอูด (บุคคลที่อัลลอฮฺได้ทรงสัญญาว่าจะมาโปรดโลก)

อ่านต่อ ...

ลัทธิอุตริ ... เอาอัลกุรอานอย่างเดียว

ร่อชาด ค่อลีฟะฮฺ ผู้ที่อ้างว่าตนคือศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ แต่ไม่ใช่นบี
ปัญหาหะดีษที่รายงานโดยสายซุนนีย์ ชีอะฮฺ ศูฟีย์ และลัทธิอื่น ๆ ทำให้มุสลิมบางคน มีปฏิกริยาต่อต้าน พยายามตัดปัญหาที่คารังคาซังในระยะพันกว่าปีนั้นด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ในโลกอินเตอร์เน็ต เราสามารถจะพบเห็นการชักชวนสู่ความคิดใหม่ ๆ ในโลกของ Facebook ใครที่มีความคิดแบบไหน เชื่ออย่างไร ก็จะเอามานำเสนอ เพื่อชักชวนคนอื่นให้เห็นด้วยกับตน ในบทความนี้ มีตัวอย่างของการอุตริในสมัยปัจจุบันให้คุณได้อ่านกัน ...

อ่านต่อ ...

ศาสนาโซโรอัสเตอร์

โซโรอัสเตอร์ ผู้ก่อตั้งลัทธิบูชาไฟ
ศาสนาโซโรอัสเตอร์ หรือศาสนาบูชาไฟ เป็นศาสนาที่มีอิทธิพลต่อชาวอิหร่านตลอดสามพันที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าชาวอิหร่านเกือบทั้งหมดจะเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามมากว่าพันสามร้อยปี แต่ร่องรอยของศาสนาโซโรอัสเตอร์ก็ยังคงฝังลึกอยู่ในขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอิหร่าน เช่นประเพณีการเฉลิมฉลองวันโนรูส ซึ่งมีการกระโดดข้ามไฟ และการจัดโต๊ะเหมือนโต๊ะหมู่บูชาที่มีไฟและน้ำเป็นองค์ประกอบ

ศาสนานี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ลัทธิมาสดา ซึ่งมีความหมายว่าลัทธิบูชาพระเจ้าอาหุรามาซดา (Ahura Mazda) อันเป็นพระเจ้าผู้เป็นจอมอสูร โซโรอัสเตอร์ประกาศว่า พระเจ้าอาหุรามาสดาเป็นพระเจ้าแห่งความดีและแสงสว่าง ผู้ที่นับถือใช้ไฟเป็นเครื่องหมายแห่งการบูชา จึงเรียกว่าศาสนาบูชาไฟ นอกจากนี้ยังถือว่าน้ำเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรแก่เคารพสักการะเช่นเดียวกัน

อ่านต่อ ...

วันฉลองของชีอะฮฺอิมามียะฮฺอิษนาอะชะรียะฮฺ

นอกจากวันเฉลิมฉลองที่ศาสนาอิสลามกำหนดไว้ อันได้แก่วันอีดุลฟิฏริ และอีดุลอัฎฮาแล้ว ชีอะฮฺยังมีวันเฉลิมฉลองและวันไว้อาลัยอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดนั้น เป็นบิดอะฮฺที่พวกเขาอุตริขึ้นมา ไม่มีหลักฐานจากศาสนาอิสลามเลยว่าจะต้องทำการเฉลิมฉลองในวันดังกล่าว

อ่านต่อ ...

พิธีไว้อาลัยอาชูรออ์

บะฮีเราะฮฺ สาอิบะฮฺ วะสีละฮฺ ฮาม ตัวอย่างแห่งความงมงายของพวกญาฮิลียะฮฺ

{5:103} อัลลอฮฺไม่ได้ทรงกำหนด บะฮีเราะฮฺ และสาอิบะฮฺ และวะสีละฮฺ และฮาม ขึ้นมาดอก ทว่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่างหาก ที่อุปโลกน์ความเท็จแก่อัลลอฮฺ และพวกเขาส่วนมากไม่ใช่ปัญญา

หนึ่งในจำนวนสิ่งงมงายที่พวกมุชริกในสมัยญาฮิลียะฮฺเชื่อกัน ก็คือ การกำหนดปศุสัตว์บางชนิดให้มีฐานะพิเศษ ซึ่งอัลกุรอานยกตัวอย่างมาสี่ชนิดนั่นคือ:

อูฐในอาระเบีย

1) บะฮีเราะฮฺ คือแม่อูฐที่ตั้งท้องมาแล้วห้าครั้ง พวกเขาจะผ่าหูของมันแล้วปล่อยมันให้เป็นอิสระ มันจะไปดื่มน้ำและกินหญ้าที่ไหนก็ได้ ไม่มีใครขับไล่มัน และห้ามไม่ให้ใครเอามันมาเป็นพาหนะขับขี่หรือบรรทุกสิ่งของ

2) สาอิบะฮฺ คือแม่อูฐที่ถูกนำไปมอบให้แก่เจว็ด มันจึงเป็นแม่อูฐอิสระสามารถไปไหนมาไหนได้ตามต้องการ ห้ามไม่ให้ใครกักขัง หรือขับไล่มันออกจากแหล่งน้ำหรือหญ้า ห้ามตัดขนของมัน และห้ามรีดนมมัน นอกจากจะว่าจะเป็นแขกที่มาจากต่างถิ่น

3) วะสีละฮฺ คือแม่แพะซึ่งหากออกลูกเป็นตัวเมีย ก็จะได้แก่เจ้าของ แต่ถ้าออกลูกเป็นตัวผู้ก็จะเอาไปเป็นเครื่องบูชายัญแก่เจว็ด แต่ถ้าออกมาทั้งตัวผู้และตัวเมียก็จะตกเป็นของเจ้าของแพะเช่นกัน เพราะถือว่าลูกตัวเมียได้ช่วยเหลือชีวิตลูกตัวผู้ไว้

4) ฮาม คืออูฐตัวผู้ที่ผสมพันธ์ตัวเมียจนตั้งท้องสิบครั้ง จะถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ไปไหนมาไหนได้ตามต้องการ ห้ามไม่ให้ใครกักขัง หรือขับไล่มันออกจากแหล่งน้ำหรือหญ้า และห้ามเอามาขับขี่เป็นพาหนะ

อิสลามมาเพื่อลบล้างความเชื่องมงายต่าง ๆ เหล่านี้ออกไป

อัลกุรอานยกตัวอย่างความงมงายเกี่ยวกับปศุสัตว์ของชาวอาหรับญาฮิลียะฮฺ เพียงแค่ 4 อย่าง ซึ่งอันที่จริงความเชื่องมงายของชนชาติต่าง ๆ อีกเป็นร้อยอย่าง และตกทอดมาจนถึงวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเสี่ยงทายหรือทำนายด้วยสัตว์ (เช่น การใช้โคเสี่ยงทายดูความอุดมสมบูรณ์และความแห้งแล้ง) การเชื่อว่าสัตว์บางชนิด หรือเป็นตัวนำโชคลาภ หรือต้นไม้บางชนิดนำความสิริมงคล (ต้นเงินไหลมา) หรือความระทมทุกข์ (เช่น ดอกลั่นทม) ซึ่งอิสลามได้สั่งห้ามอย่างเด็ดขาด โดยถือว่า เป็นความเชื่ออันงมงาย เป็นคุณสมบัติของผู้ตั้งภาคีและผู้ปฏิเสธ และเป็นการกระทำของผู้ไม่ใช้ปัญญาไตร่ตรอง

เมื่อภาพเด็กตูนีเซีย ถูกแอบอ้างว่าเป็นภาพนบีมุหัมมัด

ภาพถ่ายต้นฉบับเดิมของเด็กชายชาวอาหรับในตูนีเซีย ในปี 1905-1906 ได้กลายเป็นภาพนบีในเวลาปัจจุบัน

จากภาพเด็กหนุ่มอาหรับในตูนีเซีย ที่ถ่ายโดยตากล้องฝรั่ง ที่ชอบถ่ายภาพอนาจาร กลายเป็นภาพของนบีมุหัมมัดในอิหร่าน มันมีความเป็นมาอย่างไรหรือ? อ่านต่อ ...

ซินา อาชญากรรมที่ร้ายแรง

ซินา (ภาษาอาหรับ: زنا‎ /ซินา/) ซินา หรือการผิดประเวณี คือการร่วมเพศระหว่างชายและหญิงโดยไม่ชอบธรรม ปราศจากการสมรส หรือการมีสิทธิ์เป็นเจ้าของในทาสหญิง (มุลกุ อัลยะมีน) ซินา เป็นบาปมหันต์ ผู้ที่ทำผิดซินาจะต้องถูกลงโทษด้วยการตกนรกถาวรนิรันดร ถ้าหากไม่สำนึกผิดก่อนตาย ด้วยเหตุที่ซินาสามารถก่อปัญหามากมายต่อสังคม อิสลามจึงได้กำหนดมาตรการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซินาขึ้น

อ่านต่อ ...

ซะกาต หนึ่งในบรรดารุกุนของอิสลาม

ซะกาต (ภาษาอาหรับ: /ซะกาต/) คือทานภาคบังคับ ที่มุสลิมต้องจ่าย หากได้รับผลเก็บเกี่ยว หรือผลผลิตทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูก หรือจากการเลี้ยงปศุสัตว์ หรือหากครอบครองทรัพย์สินเป็นทองหรือเงิน

อ่านต่อ ...

ลัทธิมุตอะฮฺ การอุตริที่บ่อนทำลายจริยธรรม

มีชนกลุ่มหนึ่งที่แอบอ้างว่ารักลูกหลานนบี หรือแอบอ้างว่าเป็นลูกหลานนบี ในแต่ละวัน จะมีเรื่องให้คิดแค่สองอย่าง หนึ่ง คุมสฺ (ส่วยและภาษี 20% ที่ปล้นมาจากคนตาดำ ๆ) สอง มุตอะฮฺ (สาวสวยไม่จำกัดจำนวน เพื่อให้หายกระสัน) มีเงินให้ใช้ มีสาวให้ขี่ ชีวิตโลกนี้ จะต้องการอะไรอีก?

ชนกลุ่มนั้น เขาเรียกศาสนาของพวกเขาว่า ศาสนามุตอะฮฺ (ศาสนาแห่งการเสพสุขทางกาม) โดยแอบอ้างว่า อิมามอัศศอดิกแห่งอะฮฺลุลเบตประกาศว่า "มุตอะฮฺคือศาสนาของฉัน และศาสนาของบรรพบุรุษของฉัน ผู้ใดทำมุตอะฮฺ ก็เท่ากับได้ปฏิบัติศาสนาของเรา ผู้ใดปฏิเสธมุตอะฮฺ ผู้นั้นก็ปฏิเสธศาสนาของเรา และตามศาสนาอื่น"

อ่านต่อ ...

มุลลาห์นั่งหน้าหญิงโสเภณี ภาพวาดในปี ค.ศ. 1684-1685 สะท้อนถึงชีวิตของพวกที่นิยมมุตอะฮฺในสมัยศ็อฟะวียะฮฺ

การพนัน บาปอันมหันต์

การพนัน (ภาษาอาหรับ: ميسر /มัยสิร/)

หมายถึง หมายถึง การเล่นทุกชนิด ที่มีจุดประสงค์เพื่อได้เงินหรือสิ่งอื่นใดมาด้วยการเสี่ยงโชค โดยการทำนายหรือคาดเดาผลที่เกิดขึ้นในอนาคต การพนันอาจแบ่งได้หลายอย่าง เช่น การพนันในการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น เกมไพ่ เกมลูกเต๋า การพนันโดยการทำนายผลที่คาดว่าเกิดขึ้นในอนาคตเช่น การแทงบอล การแทงม้า หรือการคาดเดาเช่น หวย ศาสนาอิสลามห้ามการพนันทุกชนิด และถือว่าเป็นบาปอันใหญ่หลวง เพราะว่า

อ่านต่อ ...

การพนันคือความโสมมจากชัยฏอน

อัลยะมานีย์ ตัวแทนอิมามอัลมะฮฺดี?

ซัยยิดอะฮฺมัด ฮะซัน ผู้อ้างว่าเป็นอัลยะมานีย์ในคำพยากรณ์ของชีอะฮฺ
ผู้แอบอ้างว่าเป็นทูตของอิมามอัลมะฮฺดีในสมัยปัจจุบัน อาจจะมีหลายคน แต่ที่สำคัญที่สุด ที่เราจะมาพิจารณาดูในบทความนี้ก็คือ อะฮฺมัด ฮะซัน ผู้ก่อตั้งขบวนการอันศอรฺอัลมะฮฺดี ที่ชักชวนผู้คนในอิรักและทั่วโลกให้เตรียมตัวรอการมาของอิมามอัลมะฮฺดี และปฏิบัติการก่อการร้ายในอิรัก

อ่านต่อ ...

ตัวแทนอิมามอัลมะฮฺดีคือใคร?

ตัวแทนของอิมามอัลมะฮฺดี คือบุคคลที่อ้างว่า เป็นตัวแทนของอิมามอัลมะฮฺดี เพื่อส่งสาส์นและข่าวคราวให้แก่พวกชีอะฮฺ และรวบรวมซะกาตและส่วยคุมสฺให้แก่อิมามอัลมะฮฺดี หากอิมามอัลมะฮฺดีไม่มีตัวตนจริง บรรดาตัวแทนของอิมามอัลมะฮฺดีก็หลอกลวงผู้คน ไม่ใช่หรือ?

อ่านต่อ ...

พวกศอบิอ์ ที่อัลกุรอานกล่าวถึง คือใคร?

ศอบิอ์ (ภาษาอาหรับ: صابئ /ศอบิอ์/, ภาษาฮีบรู: צבא, ภาษาอังกฤษ: Sabian) เป็นกลุ่มชนในประวัติศาสตร์โบราณ ที่อาศัยอยู่ในตะวันออกกลาง ที่เชื่อในพระผู้เป็นเจ้า แต่ได้แตกแยกออกเป็นหมู่เหล่า นักวิชาการอิสลามไม่สามารถจะเจาะจงได้ว่าพวกเขาคือพวกไหน
พวกมันดาอีย์กำลังทำพิธีอาบน้ำ

ในอดีต คอลีฟะฮฺอัลมะอ์มูน อัลอับบาสีย์ก็มีปัญหาในการที่จะจัดกลุ่มพวกศอบิอ์ คือพวกเขาไม่ใช่ยิว และไม่ใช่คริสเตียน จึงมีปัญหาในการเก็บภาษี ในที่สุดพวกศอบิอ์ในอาณาจักรอับบาสีย์ก็ได้หาวิธีพาตัวรอด ด้วยการบอกว่า พวกตนคือพวกศอบิอ์ที่อัลกุรอานกล่าวถึง จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีใครบอกได้ชัดเจนว่า พวกศอบิอ์ที่อัลกุรอานกล่าวถึงนี้เป็นพวกไหนกันแน่

อ่านต่อ ...

ร่อจญ์อะฮฺ: การอุตริที่มีต้นตอมาจากความเคียดแค้น

ร่อจญ์อะฮฺ (ภาษาอาหรับ: الرجعة /อัรร่อจญ์อะฮฺ/) แปลว่า การกลับคืนมา ซึ่งตามความเชื่อของพวกชีอะฮฺก็คือ การที่อิมามอัลมะฮฺดีออกจากที่ซ่อนตัว เพื่อชุบชีวิตสาวกของนบีมุหัมมัดเช่นอะบูบักรฺและอุมัร, ภารยาของนบีมุหัมมัดคืออาอิชะฮฺและฮัฟเศาะฮฺ และคนอื่น ๆ ที่เคยตั้งตัวเป็นศัตรูกับอะฮฺลุลเบตและเป็นศัตรูกับพวกชีอะฮฺให้ฟื้นออกมาจากหลุมฝังศพอีกครั้ง เพื่อกลับมารับฟังการตัดสิน และถูกลงโทษ ด้วยการประหารชีวิต ด้วยการตัดคอ หรือจับเอาไปตรึงที่ไม้กางเขน หลังจากนั้นก็จะคืนเอาสิทธิต่าง ๆ ที่เคยถูกยึดแย่งไปกลับคืนมาให้แก่อะฮฺลุลเบต

อ่านต่อ ...

คุมสฺ ... เครื่องมือหากิน

"คุมสฺ อัลมะกาสิบ" เป็นแผนการหลอกลวงที่ยิ่งใหญ่ ที่คนกลุ่มหนึ่งคิดค้นขึ้นมา เพื่อปลิ้นปลอกเอาเงินและทรัพย์สมบัติจากประชาชนคนตาดำ ๆ โดยเอาศาสนามาเป็นครึ่งมือ ในวันนี้ถ้าคุณอ่านหนังสือฟิกหฺของมัรญิอฺ (อายะตุลลอฮฺ) คนไหน ก็จะเห็นว่าบทที่เกี่ยวข้องกับคุมสฺนั้นมีจำนวนหน้ามากกว่าบทที่เกี่ยวข้องกับซะกาตเป็นเท่าตัว พวกเขาให้ความสำคัญต่อ"ฐานเศรษฐกิจ"ของพวกตน ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด นั่นก็เพราะว่า คุมสฺคือส่วยที่เป็นรายได้หลักของพวกเขาและของพรรคพวกของพวกเขา พวกเขาได้ปั้นแต่งให้คุมสฺได้กลายเป็นรุกุนอิสลามข้อหนึ่ง

อ่านต่อ ...

อิมามมะฮฺดีที่รอคอย ... ตัวจริงหรือตัวปลอม?

คำถามที่ท่านเองจะเป็นผู้ตอบ ว่ามะฮฺดีที่รอคอยนั้นเป็นใคร? มีตัวตนจริง? หรือเป็นความฝันที่ลม ๆ แล้ง ๆ กันแน่?

อิมามมะฮฺดีที่จะวิจารณ์ในบทความนี้ ไม่ใช่อิมามมะฮฺดีที่ท่านนบีมุหัมมัดได้บอกไว้ว่าจะมาโปรดโลกก่อนวันโลกาวินาศ สิ่งที่ท่านนบีได้กล่าวไว้ เราจะไม่ปฏิเสธเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ที่เราจะวิจารณ์ต่อไปนี้ คือบุคคลคนหนึ่ง ที่มีผู้คนกล่าวว่าเป็นอิมามมะฮฺดี นั่นคือมุหัมมัด บุตรของอิมามฮะซัน อัลอัสกะรีย์ ที่ชีอะฮฺเชื่อว่าซ่อนตัวมาเป็นเวลากว่าพันปี ตั้งแต่ยังเป็นเด็กอายุไม่กี่ขวบ และจะปรากฏตัวออกมาอีกครั้งเพื่อปกครองโลก แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่?

อ่านต่อ ...

เมื่อฆาตกรบูชาไฟได้กลายเป็นนักบุญ

เรื่องแปลกแต่จริง: ฆาตกรนับถือศาสนาบูชาไฟที่สังหารอุมัรได้กลายเป็นนักบุญที่ได้รับการเคารพบูชา!!!

ในเดือนมิถุนายน 2007 รัฐบาลอิหร่านได้ประกาศที่จะทำลายสุสานของอะบูลุลุอะฮฺและสิ่งก่อสร้างที่ครอบเหนือสุสาน สุสานนี้ตั้งอยู่ในเมืองกาชาน ในจังหวัดอิศฟาฮาน ซึ่งอยู่ในภาคกลางของประเทศอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ชาวอิหร่านส่วนหนึ่งได้ออกมาประท้วงคัดค้านการทำลายสุสานของ"มหาวีรบุรุษ"อันนี้ จนกระทั่งประธานาธิบดีอะฮ์มาดีเนญาด ได้เปลี่ยนคำสั่งให้เป็นแค่ปิดสถานที่ดังกล่าวชั่วคราว ห้ามไม่ให้ผู้คนเข้าเยี่ยมเยียน จนกระทั่งวันนี้สุสานของอะบูลุลุอะฮฺก็ยังคงมีอยู่

สุสานสมมุติของปีรูซในกาชาน อิหร่าน

สุสานสมมุติของอะบูลุอะฮฺในเมืองกาชานนี้มีมาตั้งแต่โบราณกาล ชาวอิหร่านเรียกอะบูลุลุอะฮฺว่า อิมามซาเดหฺ อะบูลูลูอ์ ซึ่งคำว่า อิมามซาเดหฺ แปลว่า บุตรหลานของอิมาม ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกบรรดาลูกหลานของอิมามญะอฺฟัร อัศศอดิก เป็นเสมือนชื่อที่เรียกนักบุญผู้มีเกียรติ อะบูลุลุอะฮฺ ฆาตกรชาวเปอร์เซีย ที่นับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ ผู้ที่สังหารคอลีฟะฮฺอุมัร อิบนุลค่อฏฏอบ ในปี ค.ศ. 645 ได้กลายเป็นนักบุญที่ได้รับการเคารพบูชา เป็นการอุตริในศาสนาอย่างสุดโต่ง

อ่านต่อ ...

อิมามะฮฺเป็นรุกุนอิสลามหรือว่าเป็นการเมือง?

ชีอะฮฺเชื่อว่า อิมามะฮฺ (การเชื่อในอิมาม) เป็นรุกุนอีมาน(หลักศรัทธา)ข้อหนึ่ง ซึ่งแตกต่างกับหลักศรัทธาของอิสลาม เพราะการศรัทธาต่ออิมามไม่ได้มีระบุในอัลกุรอานและหะดีษอย่างแจ้งชัด

อิมามญะอฺฟัร อัศศอดิก อิมามชีอะฮฺคนที่ 6 มีภรรยาชื่อว่าฟาฏิมะฮฺ ซึ่งสืบเชื้อสายอิมามฮะซัน บินอะลีย์ บินอะบีฏอลิบ มีบุตรชายกับนาง 2 คน ได้แก่ อิสมาอีล และอับดุลลอฮฺ อัลอัฟเฏาะฮฺ อิมามญะอฺฟัร อัศศอดิก ได้แต่งตั้งอิสมาอีล อ่านต่อ ...

เมื่อมุตอะฮฺ ถูกนำมาใช้เพื่อทำซินา

เรื่องที่ว่า มุตอะฮฺ (การแต่งงานชั่วคราว)จะหะลาลหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ถกเถึยงกันระหว่างจนถึงวันสิ้นโลก ใครจะเชื่อทัศนะที่ว่าหะลาลหรือหะรอมนั้น ก็จงใช้ปัญญาวินิจฉัยกันเอง

อย่างไรก็ตาม จะย้ำตรงนี้ว่า การแต่งงานนั้นมีขึ้นเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง แต่ละฝ่ายจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เป็นผลตามมา นอกจากนี้ อิสลามยังห้ามไม่ให้มุสลิมเข้าใกล้การทำซินา ซึ่งหมายความว่า ห้ามเกี่ยวข้องกับซินาทุกอย่าง

แต่รูปแบบมุตอะฮฺที่จะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงความเสื่อมทางจริยธรรมของผู้ที่ทำมุตอะฮฺ และเป็นการบ่อนทำลายตนเอง ครอบครัว และสังคม

อ่านต่อ ...

การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ ทำลายล้างความศรัทธาตั้งแต่รากเหง้า

ชิรกฺ มีความหมายว่า การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้า คือการเคารพสักการะสิ่งใดนอกจากอัลลอฮฺ หรือการเชื่อว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มองเห็น หรือที่มองไม่เห็น ที่มีอยู่ หรือที่อุปโลกน์ขึ้นมา ว่ามีพลังอำนาจความสามารถที่จะให้คุณประโยชน์หรือให้โทษต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ ผู้ที่ตั้งภาคีเรียกในภาษาอาหรับว่า มุชริก

การตั้งภาคีเป็นบาปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรองลงมาจากการปฏิเสธศรัทธา เป็นความบาปที่อัลลอฮฺจะไม่ทรงอภัยให้ หากตายไปในอาการที่เป็นผู้ตั้งภาคี ชิรกฺแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

อ่านต่อ ...

ความสุดโต่ง...หนึ่งในแผนการณ์ทำลายล้างอิสลาม

ฆุลาต (ภาษาอาหรับ: غلاة‎ /Ghulat/) แปลว่า พวกสุดโต่ง พวกที่ออกนอกลู่นอกทาง มาจากคำว่า (ภาษาอาหรับ: غلو‎ /Ghuluww/) ความสุดโต่ง, ความเกินเลย ในทางวิชาการหมายถึง พวกชีอะฮฺที่ออกนอกลู่นอกทางศาสนาอิสลามมากหรือน้อย ด้วยการยกย่องอะลีย์และวงศ์วานของนบีจนเกินเลย เช่น เชื่อว่าพวกเขามีคุณสมบัติความเป็นพระเจ้า หรือเสมอเหมือนพระเจ้า ซึ่งเป็นความคิดที่ได้รับอิทธิพลมาจากศัตรูศาสนาอิสลาม ที่มีจุดประสงค์ที่จะทำลายล้างศาสนาอิสลาม โดยแฝงอยู่ใต้มัซฮับชีอะฮฺ และเอาอะฮฺลุลเบต(วงศ์วานของนบีมุหัมมัด)เป็นกำบัง โดยเฉพาะในช่วงสามศตวรรษแรก หลังจากท่านศาสนทูตได้สิ้นชีวิต

อันที่จริงทัศนะและวรรณกรรมของพวกฆุลาตกระจัดกระจายและผสมผสานกับวรรณกรรมชีอะฮฺสายอื่น ๆ รวมทั้งชีอะฮฺอิษนาอะชะรียะฮฺอีกด้วย จนแยกกันไม่ออก ว่าอันไหนของชีอะฮฺสายกลาง อันไหนเป็นของชีอะฮฺสุดโต่ง อ่านต่อ ...

เทศกาลปีใหม่ของอิหร่าน

โนรูซ หรือวันขึ้นปีใหม่ของอิหร่านของปีนี้ (ปี ค.ศ. 2010) ตรงกับวันที่ 20 มีนาคม โดยยึดถือวสันตวิษุวัตเป็นหลักในการนับวันปีใหม่

ประเพณีการฉลองวันขึ้นปีใหม่ มีมาตั้งแต่สมัยที่ชาวเปอร์เซียเริ่มนับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ (บูชาไฟ) เมื่อราวสามพันปีก่อน ถึงแม้ว่าศาสนาอิสลามจะได้แผ่ขยายเข้าไปในเปอร์เซีย ชาวอิหร่านก็ยังไม่ได้ละทิ้งประเพณีการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ แม้ว่าพวกเขาจะเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามมาเป็นเวลานานเกือบ 14 ศตวรรษก็ตาม

พวกมะญูส(โซโรอัสเตอร์)ในอิหร่านกำลังสวดมนต์บูชาไฟ

การเฉลิมฉลองวันปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย เริ่มต้นด้วยการกระโดดข้ามไฟ เรียกว่าพิธีซูรี ในตอนเย็นของวันอังคาร ก่อนที่วันปีใหม่จะมาถึง โดยมีความเชื่องมงายว่า จะทำให้จิตวิญญาณบริสุทธิ์สะอาด นอกจากนี้ยังจัดโต๊ะ ซึ่งเหมือนโต๊ะบูชา โดยมีข้าวของ 7 อย่างที่มีชื่อเริ่มต้นด้วยตัวอักษร ซีน (ซ) โดยมีความเชื่อว่าเป็นสิ่งมงคล และตั้งคัมภีร์หนึ่งเล่ม อาจจะเป็นอัลกุรอาน หรือคัมภีร์อื่น ๆ ตามที่ตนนับถือ

อ่านต่อ ...

นานาสาระสยามิค

ขอนำเสนออิสลามในรูปแบบแท้และดั้งเดิมตามอัลกุรอานและหะดีษ พร้อมด้วยนานาสาระเกี่ยวกับมุสลิม ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ วิทยาการ ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวมุสลิม
ปรับปรุงใหม่ ปัจจุบันมี 316 บทความ

สยามิคใน Facebook

แสดงความคิดเห็นของคุณใน Facebook

ประวัติศาสตร์อิสลาม


ลำดับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์อิสลาม: ศตวรรษที่ 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21

หมายเหตุ

ในบางครั้งคุณจะเห็นว่าบทความต่าง ๆ ไม่ได้อัปเดท ยังคงเหมือนอย่างที่คุณเปิดครั้งสุดท้าย นั่นอาจจะเป็นเพราะคอมพิวเตอร์ของคุณแสดงไฟล์เก่า คุณสามารถแก้ปัญหานี้ด้วยการลบคุกกี้ออก กด Ctrl พร้อมกับ F5 ปิดเบราเซอร์แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง

กะอฺบะฮฺ

กะอฺบะฮฺ หรือ กะอ์บะห์ (ภาษาอาหรับ: الكعبة /อัลกะอฺบะฮฺ/ แปลว่า ลูกบาศก์) กะอฺบะฮฺตั้งอยู่ในใจกลาง มัสยิดหะรอม ในนครมักกะฮฺ เป็น กิบลัต (ชุมทิศ, จุดหมายในการผินหน้าไป) ของมุสลิมยามนมาซ และเป็นสถานที่ฏ็อวาฟ(เวียนรอบ)ในการประกอบพิธีอุมเราะฮฺและหัจญ์ ข้าง ๆ กะอฺบะฮฺเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำซัมซัม

มีรายงานบอกเล่าว่า อาคารหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยนบีอาดัมมนุษย์คนแรกเพื่อใช้เป็นสถานที่เคารพสักการะอัลลอฮฺในโลก แต่หลังจากนั้นก็พังทลายลงเมื่อเกิดเหตุการณ์ อุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ จนน้ำท่วมโลกในสมัยศาสดานูหฺ

อ่านต่อ ...

อิมามญะอฺฟัร อัศศอดิก

อิมามญะอฺฟัร อัศศอดิก (ภาษาอาหรับ: الامام جعفر بن محمد الصادق /ญะอฺฟัร อัศศอดิก/) หรือเรียกสั้น ๆ ในภาษาไทยว่า อิมามศอดิก เป็นผู้สืบสกุลของอิมามอะลีย์และท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ เป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อิสลาม เป็นที่เคารพนับถือของชาวมุสลิมทุกมัซฮับ ไม่ว่าจะเป็นมัซฮับซุนนีย์ ชีอะฮฺ หรือศูฟีย์ ท่านเป็นอิมามที่ 6 ของชีอะฮฺอิสมาอีลียะฮฺ และชีอะฮฺอิมามียะฮฺอิษนาอะชะรียะฮฺ

อ่านต่อ ...

ข้อคิดที่ได้จากชีวประวัติของเซด

การที่เซดตั้งตนเองเป็นอิมามเจ้าสำนัก ในขณะที่อิมามชีอะฮฺคนที่ 5 ซึ่งเป็นพี่ชาย และอิมามชีอะฮฺคนที่ 6 ยังมีชีวิตอยู่ ย่อมแสดงให้เห็นว่า อิมามะฮฺ (การเชื่อในอิมาม โดยเฉพาะอิมามชีอะฮฺทั้งสิบสองคน) ไม่ใช่รุกุนของศาสนาอิสลามอย่างที่ชีอะฮฺอิมามียะฮฺอ้างกัน และหากการแต่งตั้งอิมามทั้งสิบสองมีมาตั้งแต่สมัยนบีจริง อย่างที่อ้างกัน เซดก็คงไม่ฝ่าฝืนกฎบัญญัติด้วยการไปเปิดสำนักของตัวเอง เทียบเทียมกับสำนักของพี่ชายและหลานชาย

อ่านต่อ ...

มุหัมมัด อิบนุลหะนะฟียะฮฺ ถูกแอบอ้างว่าเป็นอิมามมะฮฺดี

ในสมัยนั้นมีผู้แอบอ้างว่า มุหัมมัด อิบนุลหะนะฟียะฮฺ คืออิมามมะฮฺดี เมื่อมุหัมมัดตายไปผู้คนบางพวกที่เชื่อว่า มุหัมมัด หายตัวไป และจะกลับมาอีกครั้ง จนเกิดเป็นลัทธิใหม่ ชื่อว่า ลัทธิกัยสานียะฮฺ ซึ่งเป็นลัทธิชีอะฮฺที่สุดโต่ง(ฆุลาต)

อ่านต่อ ...

การนมาซในยามดึก เมื่อผู้คนหลับไหล

ศอลาตกิยามุลลัยลฺ หรือ ศอลาต กิยาม อัลลัยลฺ เป็นการนมาซอาสาในยามดึก ซึ่งผู้นมาซจะตื่นขึ้นมา หลังจากนอนหลับไปแล้ว
{39:9} ผู้ใดกันจะเหมือนกับผู้ที่เขาเป็นผู้ภักดีในยามราตรี โดยเป็นผู้กราบและผู้ยืนนมาซ โดยที่เขาหวั่นเกรงต่อปรโลก และหวังความเมตตาของพระเจ้าของตน? จงกล่าวเถิด "บรรดาผู้รู้และบรรดาผู้ไม่รู้จะเท่าเทียมกันหรือ? แท้จริงบรรดาผู้มีสติปัญญาเท่านั้นที่จะใคร่ครวญ"
มนุษย์หลับไหลในยามค่ำคืน พวกเขาเป็นเสมือนคนตาย
{6:60} และพระองค์คือผู้ที่ทรงให้พวกเธอตายในยามราตรี

จะมีก็เพียงแต่บ่าวเพียงไม่กี่คนบนผืนแผ่นดิน ที่อดตาหลับขับตานอนลุกขึ้นมาในยามดึกสงัด เพื่อเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา เคารพบูชาพระองค์ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ในความมืด น้ำตาของพวกเขาหลั่งไหลพรั่งพรู ลงล้างแก้ม บางครั้งมีเสียงสะอื้นร้องไห้ ประหนึ่งได้พบกับคนสุดที่รัก หลังจากที่หายสาปสูญเป็นเวลาหลายสิบปี

บ่าวที่โหยหาพระองค์ยืน ก้ม กราบ นั่ง อย่างเงียบในความมืด ชาวโลกไม่มีใครเห็นพวกเขา ทว่าในสายตาของชาวฟ้า จะเห็นเป็นลำแสงพุ่งขึ้นมาจากพื้นพิภพ เหล่ามะลาอิกะฮฺทะยอยลงมาอวยพรให้ไม่ขาดสาย เสียง "อามีน" จากพวกเขากระหึ่มก้องกังวาลในสายลม เหล่าต้นไม้ใบหญ้าสดุดีพระพิสุทธิคุณพร้อมเพรียงกับบ่าวเหล่านั้น ตามด้วยการสดุดีของเหล่าวิหคนกกาสดุดีก่อนฟ้าสาง เป็นเสียงสัญญาณให้เหล่ามนุษย์ที่กำลังหลับไหลลุกขึ้นมาสยบต่อพระผู้สร้าง ทว่าบ่าวผู้โหยหาไม่เคยรอให้นกมาปลุกเลย

เพราะการตื่นขึ้นมาในยามดึกคือการฟื้นคืนชีพจากความตายชั่วคราว จิตวิญญาณของพวกเขาเติบโตยามดึก เสมือนต้นไม้รับน้ำฝนยามราตรี พวกเขาเป็นผู้มีเกียรติในโลกหน้า และเป็นผู้ที่มีตำแหน่งอันสูงส่งในโลกหน้าอีกเช่นกัน

{17:79} และยามหนึ่งของราตรี เธอจงตื่นขึ้นมานมาซ ด้วยความสมัครใจของเธอ หวังว่าพระเจ้าของเธอจะทรงให้เธอได้รับตําแหน่งที่ได้รับการสรรเสริญ

นั่นก็เพราะเขาเสียสละการหลับนอน แหมค่ำคืนจะหนาวเหน็บ ก็ยังละทิ้งผ้าห่ม ตื่นขึ้นมาในยามดึก พวกเขานอนเพียงครึ่งเดียวของเวลานอนของพวกเขา

{73:1} ดูกร ผู้คลุมกาย! {73:2} จงยืนขึ้นยามราตรี เว้นแต่เพียงเล็กน้อย {73:3} ครึ่งหนึ่งของราตรี หรือน้อยกว่านั้นเพียงเล็กน้อย {73:4} หรือมากกว่านั้น และจงอ่านอัลกุรอานช้า ๆ เป็นจังหวะ {73:5} แท้จริงเราจะประทานวจนะอันหนักหน่วงแก่เธอ {73:6} แท้จริงการตื่นขึ้นในยามรัติกาลนั้นเป็นสิ่งยืนหยัดที่หนักยิ่งและเป็นคำพูดที่ถูกต้องยิ่ง

คำว่า "นาชิอะตุ" ใน {73:6} แปลว่า ผู้ลุกขึ้น หรือ ผู้เจริญเติบโต จึงเข้าใจได้อีกเช่นกันว่า วิญญาณที่เจริญเติบโตในยามค่ำคืน เนื่องจากการตื่นขึ้นมาบูชาอัลลอฮฺ เป็นวิญญาณที่หนักแน่น และมีคำพูดที่ถูกต้อง

ในยามค่ำคืนพวกเขาจะนั่งไตร่ตรองในการสร้างจักรวาล จิตใจของพวกเขามุ่งเข้าหาอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว

{25:61} ทรงจำเริญ พระผู้ทรงทำให้ฟ้ามีหมู่ดาว และได้ทรงทำให้มีตะเกียงในนั้น และดวงจันทร์มีรัศมี {25:62} และพระองค์คือผู้ทรงบันดาลให้มีราตรีและทิวาหมุนเวียนแทนที่กัน สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะใคร่ครวญ หรือปรารถนาจะขอบคุณ {25:63} และบรรดาบ่าวของพระผู้ทรงเมตตาคือ บรรดาผู้ที่เดินบนแผ่นดินด้วยความสงบเสงี่ยมและเมื่อพวกโง่เขลากล่าวทักทายพวกเขา พวกเขาจะกล่าว "ศานติ" {25:64} และบรรดาผู้ใช้เวลาราตรี เพื่อกราบสุญูดและยืน(นมาซ)ต่อพระเจ้าของพวกเขา {25:65} และบรรดาผู้ที่กล่าวว่า "โอ้พระผู้เป็นเจ้าของพวกข้าฯ ขอพระองค์ได้ทรงขจัดการลงโทษของนรกให้พ้นไปจากพวกข้าฯ แท้จริงการลงโทษของมันนั้นอมตะนิรันดร์" {25:66} แท้จริงมันเป็นที่อยู่และที่พำนักอันเลวร้ายยิ่ง {25:67} และบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาใช้จ่าย พวกเขาก็ไม่สุรุ่ยสุร่าย และไม่ตระหนี่ ทว่าอยู่สายกลางระหว่างนั้น {25:68} และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮฺ และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิต ซึ่งอัลลอฮฺทรงห้ามไว้เว้นแต่เพื่อความยุติธรรม และพวกเขาไม่ผิดประเวณี และผู้ใดกระทำเช่นนั้นเขาจะพบกับความบาป

อัลลอฮฺได้ทรงสัญญาที่จะประทานรางวัลแก่ผู้ที่ทำความดี ด้วยการให้สวนสวรรค์อันยิ่งใหญ่ไพศาล ทว่าสำหรับบ่าวที่อดตาหลับขับตานอนนั้น จะได้รับการตอบแทนที่เป็นความลับ ยังความประหลาดใจ

{32:15} แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาต่ออายาตทั้งหลายของเราเท่านั้น ที่เมื่อพวกเขาถูกเตือนให้รำลึกถึงอายาต พวกเขาก็ก้มลงสุญูดและสดุดีสรรเสริญแด่พระเจ้าของพวกเขา โดยที่พวกเขาไม่หยิ่งผยอง {32:16} สีข้างของพวกเขาเคลื่อนห่างจากที่นอน พลางวิงวอนต่อพระเจ้าของพวกเขาด้วยความกลัวและความหวัง และพวกเขาบริจาคสิ่งที่เราได้ให้เป็นเครื่องยังชีพแก่พวกเขา {32:17} ดังนั้น จึงไม่มีชีวิตใดรู้สิ่งที่ถูกซ่อนไว้สำหรับพวกเขา ซึ่งเป็นที่ชื่นตา เป็นการตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้

ภาพไหนเหมาะสมกับศาสนาแห่งอัลลอฮฺ

เราได้นำภาพจากสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกมาให้คุณดู คุณคิดว่า ภาพไหนเหมาะสมกับศาสนาเตาฮีด ศาสนาแห่งอัลลอฮฺมากที่สุด?
มุสลิมเป็นหมื่นกำลังเคารพสักการะอัลลอฮฺในมัสยิดหะรอมในมักกะฮฺ โดยไม่ต้องใช้เทียนสักเล่ม ศาสนาอิสลามเคารพสักการะอัลลอฮฺด้วยใจและกาย ไม่ใช้อุปกรณ์อื่น เช่นธูปเทียน หรือเครื่องสังเวย
มะญูซีย์กำลังสักการะไฟ
ซิกข์จุดเทียนสว่างไสวในวันสำคัญทางศาสนาที่วิหารทองคำ
ชาวคริสต์ยุโรปกำลังทำพิธีกรรมเพื่อเยินยอนักบุญลูเซีย
พิธีกรรมทางศาสนาของชาวคริสต์
ชาวยิวในพิธีกรรมทางศาสนา
ชาวฮินดูจุดเทียนเป็นพันในคืนสำคัญทางศาสนา
ชาวจีนจุดเทียนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในคืนปีใหม่
ชาวแคธอลิกในโบสถ์
ชาวอาหรับคริสเตียนในปาเลสไตน์กำลังจุดเทียนเพื่อเยซู
นักบวชในพุทธศาสนาจุดเทียนบูชาพระพุทธ
ชาวคริสเตียนจุดเทียนสักการะเยซู
ชาวชีอะฮฺจุดเทียนไว้อาลัยฮุเซน การจุดเทียนของศาสนาและลัทธิอื่นเป็นการสักการะบูชา ชีอะฮฺจุดเทียนเพื่อสักการะบูชาด้วยใช่ไหม?
ชาวชีอะฮฺจุดเทียนไว้อาลัยฮุเซน เลียนแบบพิธีกรรมของพวกไหน? โซโรอัสเตอร์หรือพวกวะษะนียะฮฺ?
ชาวชีอะฮฺจุดเทียนไว้อาลัยฮุเซน การจุดเทียนเกี่ยวข้องกับการไว้อาลัยด้วยหรือ?
ชาวชีอะฮฺจุดเทียนในพิธีกรรมอาชูรออ์ นี่เป็นโบสถ์ วิหาร หรือมัสยิดกันแน่?

พีรี ระอีส นักวาดแผนที่มุสลิม

พีรี ระอีส (ภาษาตุรกี: Piri Reis)(เสียชีวิต ค.ศ. 1555) ผู้แต่งหนังสือ กิตาบบะหฺรียะฮฺ เป็นชาวตุรกี

กิตาบบะหฺรียะฮฺ หรือสะกด กิตาบบะฮ์รียะห์ บันทึกการเดินเรือ เป็นหนังสือที่แต่งโดย พีรี ระอีส (สิ้นชีวิต ค.ศ. 1555) ชาวตุรกี อันเป็นบันทึกการเดินเรือของเขา ในปี 1525 เขาได้ถวายหนังสือแด่คอลีฟะฮฺแห่งอาณาจักรอุษมานียะฮฺ นั่นคือ สุลต่านสุลัยมาน ผ่านทาง มหาเสนาบดี อิบรอฮีม ปาชา หนังสือเล่มนี้จึงได้กลายเป็นศาสตร์แห่งการเดินเรือชิ้นยิ่งใหญ่

ในบทนำของหนังสือนี้ระบุว่าวัตถุประสงค์ในการเขียนหนังสือ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับท่าเรือ ชายฝั่ง และเกาะต่าง ๆ โดยวาดสิ่งเหล่านี้ลงบนแผนที่ชายฝั่งที่ชาวตะวันตกเรียกว่า ‘ปอร์โตลาน’ อย่างไรก็ตาม พีรีบอกว่า ไม่ว่าสเกลของแผนที่ที่ทำขึ้นจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม ก็ไม่อาจที่จะแสดงให้เห็นรายละเอียดสำคัญต่าง ๆ ลงบนแผนที่ได้ และการที่แผนที่ขาดรายละเอียดสำคัญ ด้วยเหตุนี้เองทำให้เขาต้องเขียนหนังสือขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม อ่านต่อ...

อุซัยรฺ บินซัรคียา

นบีอุซัยรฺ บินซัรคียา คือนบีท่านหนึ่ง ที่อัลกุรอานระบุว่า ชาวยิวนับถือว่าเป็นพระบุตรของอัลลอฮฺ ซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงปฏิเสธข้ออ้างอันนี้ เหมือนกับที่ทรงปฏิเสธข้ออ้างของคริสเตียนว่า อีซา บุตรมัรยัม เป็นพระบุตรของพระองค์
{9:30} และชาวยิวได้กล่าวว่า "อุซัยรฺเป็นบุตรของอัลลอฮฺ" และชาวคริสต์ได้กล่าวว่า "อัลมะซีหฺ เป็นบุตรของอัลลอฮฺ" นั่นคือถ้อยคําที่พวกเขากล่าวขึ้นด้วยปากของพวกเขาเอง ซึ่งคล้ายกับถ้อยคําของบรรดาผู้ที่ได้ปฏิเสธการศรัทธามาก่อน อัลลอฮฺทรงสาปแช่งพวกเขา พวกเขาถูกหันเหไปได้อย่างใด?

อุซัยรฺฟื้นคืนชีพหลังจากเสียชีวิตหนึ่งร้อยปี

{2:259} หรืออุปมาดั่งผู้ที่ผ่านเมืองหนึ่ง โดยที่มันพังทับลงมาบนหลังคาของมัน เขากล่าวว่า "อัลลอฮฺจะฟื้นฟูเมืองนี้ขึ้นมาอีกได้อย่างใดเล่า หลังจากที่มันได้ตายไปแล้ว?" อัลลอฮฺจึงทรงบันดาลให้เขาตายไปหนึ่งร้อยปี หลังจากนั้นก็ได้ทรงให้เขาฟื้นคืนชีพ พระองค์ตรัสว่า "เธอพักอยู่นานเท่าใด?" เขาทูลตอบว่า "ข้าฯพักอยู่หนึ่งวันหรือส่วนหนึ่งวัน" พระองค์ตรัสว่า "หามิได้! เธอพักอยู่ถึงหนึ่งร้อยปีต่างหาก เธอจงมองไปที่อาหารและเครื่องดื่มของเธอเถิด มันยังไม่บูด และเธอจงมองไปที่ลาของเธอเถิด และเพื่อเราจะบันดาลให้เธอเป็นอภินิหารสัญญาณหนึ่งแก่ปวงมนุษย์ และเธอจงมองไปที่กองกระดูกเถิด ว่าเราจะประกอบมัน แล้วเราหุ้มมันด้วยเนื้ออย่างใด" ครั้นเมื่อเหตุการณ์ได้ประจักษ์แจ้งแก่เขาแล้ว เขาก็กล่าวว่า "อัลลอฮฺทรงเดชานุภาพเหนือทุกสรรพสิ่ง

ที่นักตัฟสีรอัลกุรอานมีความเห็นว่า อุซัยรฺคือนบีที่เดินผ่านเมืองหนึ่งในปาเลสไตน์ ที่ถูกกองทัพของกษัตริย์จากบาบิโลนถล่มทำลาย จนเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังและกองกระดูกของผู้คนที่ล้มตายในสงคราม อุซัยรฺรู้สึกแปลกใจว่า อัลลอฮฺจะทรงแยกแยะกองกระดูกของชาวเมืองที่ปนเปกันและกระจัดกระจายนี้ เพื่อทรงชุบชีวิตพวกเขาขึ้นมาได้อย่างไร อัลลอฮฺจึงทรงบันดาลให้อุซัยรฺ เสียชีวิต ณ ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งร้อยปี

เมื่อพระองค์ทรงชุบชีวิตเขาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง อุซัยรฺรู้สึกว่าตนเองได้หลับไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง พระองค์ก็ทรงถามอุซัยรฺว่า เขาหลับไปนานเท่าไหร่ อุซัยรฺตอบด้วยความไม่แน่ใจว่า หนึ่งวันหรือระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน อัลลอฮฺจึงบัญชาให้อุซัยรฺสังเกตสิ่งรอบข้างตัวเอง เพื่อให้อุซัยรฺได้เห็นอภินิหารของพระองค์ นั่นก็คือถึงแม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไปเป็นเวลาหนึ่งร้อยปี สิ่งแวดล้อมได้เปลี่ยนแปลงไป กองกระดูกต่าง ๆ ผุสลาย ซากปรักหักพังของบ้านเรือนก็เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามกาลเวลา แต่มีสิ่งหนึ่งที่พระองค์ได้ทรงรักษาไว้ นั่นก็คือ เสบียงอาหารที่อุซัยรฺนำติดตัวนั้น ยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่บูดเน่า แต่ในขณะเดียวกันลาที่อุซัยรฺได้ใช้เป็นพาหนะเดินทางนั้น ได้ล้มตายกลายเป็นกองกระดูกผุกร่อน อัลลอฮฺจึงทรงชุบชีวิตลาให้อุซัยรฺได้เห็นต่อหน้าต่อตา ด้วยการรวบรวมกระดูกที่ผุกร่อน มาหุ้มด้วยเนื้อ จนกลับกลายเป็นลาที่สมบูรณ์ดั่งเดิม เมื่อนั้นอุซัยรฺจึงมั่นใจในพระเดชานุภาพของอัลลอฮฺ การตายและการฟื้นขึ้นมาของอุซัยรฺจึงได้เป็นอภินิหารสัญญาณหนึ่งของอัลลอฮฺแก่ผู้คน นั่นก็เพราะว่า เมื่ออุซัยรฺกลับบ้านอีกหนึ่งร้อยปีต่อมา ผู้คนก็พากันแปลกประหลาดใจที่ได้เห็นอุซัยรฺยังเป็นหนุ่ม ในขณะที่คนรุ่นราวคราวเดียวกันได้ล้มตายไปเกือบหมดแล้ว

นบีอิลยาส

นบีอิลยาส หรือ อิลยาซ ภาษาฮีบรู เอลียะห์ ภาษากรีก เอลียาส เป็นนบีคนหนึ่งในปาเลสไตน์ มีชีวิตอยู้ในราว 870 ปี ก่อน ค.ศ. หลังนบีสุลัยมานราว 100 ปี

อิลยาสไม่มีคัมภีร์เป็นของตน แต่ใช้คัมภีร์เตารอหฺของมูซา เหมือนศาสนทูตคนก่อน ๆ กษัตริย์ของเผ่าอิสรออีลในแคว้นยะหูดะฮฺ (ยูดาห์)ในสมัยนั้นคือ

อ่านต่อ ...

ดาวซิริอุส

ตำแหน่งของดาวซิริอุส ในกลุ่มดาวสุนัขใหญ่
ดาวซิริอุสเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในอีกชื่อหนึ่งว่า ดาวสุนัขใหญ่ (Dog Star) สื่อถึงชื่อกลุ่มดาวที่มันสังกัดอยู่ คือ Canis Major (ภาษาละติน แปลว่า สุนัขใหญ่) เป็นดาวที่มีเรื่องเล่าตำนานและนิทานพื้นบ้านเกี่ยวข้องมากมายยิ่งกว่าดาวฤกษ์อื่น ๆ นอกเหนือจากดวงอาทิตย์ การปรากฏของดาวซิริอุสที่ขอบฟ้ายามรุ่งสาง เป็นสัญลักษณ์บอกฤดูน้ำหลากของแม่น้ำไนล์ในอียิปต์โบราณ และเป็นวันสำคัญคือ "วันสุนัข" ในฤดูร้อนของกรีกโบราณ ส่วนชาวโพลีนิเชียนใช้ในการระบุการเข้าสู่ฤดูหนาว ทั้งยังเป็นดาวสำคัญที่ใช้นำทางสำหรับการเดินทางในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนชาวอาหรับเผ่าคุซาอะฮฺก่อนอิสลามกาลก็ได้สักการะบูชาดวงดวงนี้ โดยเรียกว่า อัชชิอฺรอ

อ่านต่อ ...

อัลกุรอาน

สันตปาปาจูบอัลกุรอาน วาติกัน 14 เมษายน 99

อัลกุรอาน ภาษาอาหรับ: الْقُرآن มาจากรากศัพท์ในภาษาอาหรับแปลว่า การอ่าน หรือ การรวบรวม การสะกดอื่น ๆ ที่ไม่มาตรฐาน อัลกุรอ่าน, โกหร่าน, โก้หร่าน เป็นคัมภึร์ของศาสนาอิสลาม

อัลลอฮฺ ได้ทรงประทานคัมภีร์อัลกรุอานแก่ นบีมุหัมมัด ซึ่งเป็นศาสนทูตคนสุดท้าย และคัมภีร์นี้ก็เป็นคัมภีร์สุดท้ายที่พระผู้เป็นเจ้าได้ส่งมาให้แก่มวลมนุษยชาติ หลังจากนี้แล้วจะไม่มีคัมภีร์ใด ๆ จากพระผู้เป็นเจ้าอีก คัมภีร์กรุอานนี้ได้ประทานมาเพื่อยกเลิกคัมภีร์เก่า ๆ ที่เคยได้ทรงประทานมาในอดีตนั่นคือคัมภีร์เตารอต (Torah) ที่เคยทรงประทานมาแก่ศาสดามูซา คัมภีร์ซะบูร (Psalm) ที่เคยทรงประทานมาแก่ศาสดาดาวูด (David) และคัมภีร์อินญีล (Evangelis) ที่เคยทรงประทานมาแก่ศาสดาอีซา (Jesus) เป็นคัมภีร์ที่บริบูรณ์ไม่มีการเพี้ยนเปลี่ยนแปลง ภาษาของอัลกุรอานนั้นคือภาษาอาหรับ ซึ่งเป็นภาษาของศาสดามุหัมมัด อ่านต่อ ...

นก ความหัศจรรย์ของการสร้างแห่งพระผู้เป็นเจ้า

อัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้าได้บัญชาให้มนุษย์ไตร่ตรองเรื่องการสร้างของพระองค์ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าพระองค์ทรงมีอยู่จริง พระองค์ทรงยกเอานกและการบินของนกเป็นอุทาหรณ์ที่บ่งบอกถึงการสร้างของพระผู้ทรงมีความสามารถ เป็นหลักฐานที่บ่งบอกแน่ชัดว่า นกไม่ได้มาจากปลาที่พัฒนาปีกของตนขึ้นมาเองแล้วบินไปในท้องฟ้าอย่างที่พวกดาร์วินิสต์เชื่อกัน

"พวกเขาไม่ได้เห็นนกที่อยู่เบื้องบนพวกเขาดอกหรือ? พวกมันกางปีกและหุบปีก ไม่มีผู้ใดจะจับดึงพวกมันได้ นอกจากพระผู้ทรงกรุณาปราณี แท้จริงพระองค์ทรงมองเห็นทุกสรรพสิ่ง" (อัลกุรอาน 67:19) อ่านต่อ...

ฉนวนกาซา

ฉนวนกาซา

กาซา หรือ ฉนวนกาซา (ภาษาอาหรับ: قطاع غزة /กิฏออฺ ฆ็อซซะฮฺ/; ภาษาอังกฤษ: Gaza Strip ; ภาษาฮีบรู: רצועת עזה‎ /เร่ตสุอัต อัซซะฮฺ/) เป็นชื่อเรียกอาณาบริเวณแคบ ๆ ขนาด 360 ตร.กม. ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในตะวันออกกลาง โดยมีประชากรชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคน ชื่อ "กาซา" นั้นมาจากเมืองกาซาซึ่งเป็นเมืองหลักในอาณาเขตนี้

ปัจจุบันยังไม่มีชาติใดให้การรับรองฉนวนกาซาว่าเป็นดินแดนที่มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง บางส่วนได้ถือว่าฉนวนกาซาเป็นดินแดนภายใต้การปกครองของอิสราเอล ซึ่งอิสราเอลได้ให้การปฏิเสธหลังจากถอนทหารไปเมื่อ ค.ศ. 2005 อย่างไรก็ตามอิสราเอลได้ควบคุมการเข้าออกฉนวนกาซาทั้งทางน้ำและทางอากาศ

อ่านต่อ ...

น้ำซัมซัม น้ำอมฤตแห่งอิสลาม

ในอดีตน้ำซัมซัมต้องตักด้วยถัง แต่ปัจจุบันมีปั๊มน้ำขนาดใหญ่ สามารถดูดน้ำออกจากบ่อเป็นพัน ๆ ลิตรต่อนาที

น้ำซัมซัมเป็นน้ำแร่ ที่ประกอบด้วยแคลเซียม แมกเนเซียม คลอไรด์ ซัลเฟต ไนเตรท โซเดียม และโปตัสเซียม มีค่า pH เท่ากับ 7.8 - 8 ค่อนค่างจะเป็นเบส รสชาติของซัมซัมเหมือนน้ำผสมเกลืออ่อน ๆ

อ่านต่อ ...

เครื่องมือส่วนตัว