อิสมาอีลียะฮฺ

จาก Siamic

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

ชีอะฮฺอิสมาอีลียะฮฺ คือชีอะฮฺสายหนึ่งที่นับถืออิสมาอีล บินญะอฺฟัร อัศศอดิก เป็นอิมาม มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เหมือนชีอะฮฺสายอื่น ๆ เรียกคนที่นับถือลัทธินี้ว่า อิสมาอีลีย์

ประวัติความเป็นมา

อากาข่านที่ 3 ปู่ของอากาข่านปัจจุบัน
อาลีข่าน พ่อของอากาข่าน

พวกชีอะฮฺอิสมาอีลียะฮฺได้แตกแยกออกจากชีอะฮฺอิมามียะฮฺ เมื่ออิมามญะอฺฟัร อัศศอดิก ได้แต่งตั้งบุตรชายของท่านคืออิสมาอีล เป็นอิมามคนต่อไป แต่แล้วอิสมาอีลกลับเสียชีวิตก่อนบิดา เมื่อญะอฺฟัร อัศศอดิกเสียชีวิต ใน ฮ.ศ. 148 อับดุลลอฮฺ อัลอัฟเฏาะหฺ ผู้เป็นน้องร่วมมารดา ก็ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นอิมามสืบต่อไป ชีอะฮฺพวกหนึ่งจึงอ้างว่า ในเมื่ออิมามอัศศอดิกได้แต่งตั้งอิสมาอีลเป็นอิมามแล้ว ตำแหน่งนี้ก็จะต้องเป็นของอิสมาอีล นอกจากนี้ยังแอบอ้างว่า อิสมาอีลยังไม่ได้ตาย ทว่าเร้นกายอยู่ เพื่อจะกลับมาเป็นอิมามมะฮฺดีในอนาคต ในขณะที่อีกพวกหนึ่งแอบอ้าง คนที่เป็นอิมามคือมุฮัมมัด บุตรชายของอิสมาอีล และมุฮัมมัดก็ไม่ได้ตายเช่นกัน ทว่าได้เร้นกาย เพื่อจะกลับมาเป็นอิมามมะฮฺดีในอนาคตเช่นกัน

เวลาว่างของอากาข่านในเรือยอช์ท

ชีอะฮฺอิสมาอีลียะฮฺสายต่าง ๆ

ชีอะฮฺอิสมาอีลียะฮฺแตกออกเป็นหลายพวก บางพวกก็ได้ปลีกออกไปจากศาสนาอิสลาม บางพวกก็ยังถือว่าพวกตนเป็นมุสลิมอยู่

1. พวกก็อรอมิเฏาะฮฺ เป็นพวกที่ก่อการร้ายในโลกอาณาจักรอิสลาม ได้เข่นฆ่าปล้นสะดมผู้คน และเข้าโจมตีนครมักกะฮฺและมะดีนะฮฺ อีกทั้งยังได้ปล้นเอาหินดำไปเก็บไว้ในแผ่นดินของพวกตน (อ่าน รายละเอียดเรื่องนี้ใน ก็อรอมิเฏาะฮฺ)

2. พวกฟาฏิมียะฮฺ เป็นพวกที่ตามอุบัยดุลลอฮฺ ผู้แอบอ้างว่า เป็นผู้สืบเชื้อสายมุฮัมมัด บุตรอิสมาอีล ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยปรากฏว่ามุฮัมมัดมีลูกมาก่อน และยังแอบอ้างว่าเป็นอิมามมะฮฺดี จึงถูกพวกก็อรอมิเฏาะฮฺต่อต้าน แต่ในที่สุด อุบัยดุลลอฮฺ ผู้ก็สามารถก่อตั้งอาณาจักรฟาฏิมียะฮฺในแอฟริกาเหนือได้ อาณาจักรฟาฏิมียะฮฺหมดสิ้นไปเมื่อค่อลีฟะฮฺคนสุดท้ายเสียชีวิต

3. พวกฮัชชาชีน (พวกสูบกัญชา) ที่เรียกเช่นนั้นก็เพราะว่า พวกเขาเสพกัญชา และขึ้นชื่อลือชาว่า ชอบส่งคนไปลอบสังหารบุคคลสำคัญที่เป็นศัตรู พวกฮัชชาชีนเป็นพวกนิซารีย์รุ่นแรก นำโดยฮะซัน ศอบาฮฺ ผู้ก่อกบฏสนับสนุนนิซารฺ ผู้ที่จะเป็นอิมามสืบทอดต่อจากค่อลีฟะฮฺอัลมุสตันศิรฺ เพราะเป็นลูกชายคนโต แต่กลับถูกกีดกันไม่เห็นขึ้นมาดำรงตำแหน่ง เมื่อก่อนิซารฺกบฏก็ถูกจับ และถูกประหารชีวิต ฮะซัน ศอบาฮฺ จึงชักชวนพวกอิสมาอีลียะฮฺในชาม อิรัก และเปอร์เซีย เพื่อก่อตั้งรัฐของพวกตน ที่ไม่ขึ้นกับอาณาจักรฟาฏิมียะฮฺในแอฟริกาเหนือ และไม่ขึ้นต่ออาณาจักรอับบาสียะฮฺ พวกเขาสร้างป้อมปราการเป็นอาณาเขตของพวกตนในอะลามูต ซึ่งอยู่ทางใต้ของทะเลสาปแคสเปียน เป็นที่พำนักของประมุขและศูนย์บัญชาการ นอกจากนี้ยังมีป้อมปราการอื่นในเลบานอน และแผ่นดินอื่น ๆ ในป้อมปราการของพวกฮัชชาชีนจะมีสิ่งบำเรอความสุขอันได้แก่กัญชาและผู้หญิง สมาชิกที่อยู่ในป้อม จะได้รับการบำเรอปรนนิบัติอย่างเต็มที่ โดยทำเป็นสวรรค์จำลอง พวกหน่วยคอมมานโด ที่ออกไปปฏิบัติการสังหารผู้คน จะต้องทำภาระกิจที่มอบหมายอย่างดีที่สุด เพื่อจะได้กลับมาที่นี้ใหม่อีกครั้ง พวกฮัชชาชีนถูกพวกมองโกลปราบปรามจนหมดสิ้น ป้อมปราการอะลามูตถูกพวกมองโกลพิชิตในปี ค.ศ. 1256 ถึงแม้จะพยายามยึดกลับคืนมาได้ในปี ค.ศ. 1275 แต่ก็สามารถครอบครองได้เพียงแค่ไม่กี่เดือน ก็ถูกพิชิตใหม่อีกครั้ง ตั้งแต่นั้นมาพวกฮัชชาชีนก็ซุกซ่อนตัวในแผ่นดินต่าง ๆ ด้วยการตะกียะฮฺจนถึงปัจจุบัน (ดู พวกนิซารีย์)

อากาข่าน ผู้เป็นอิมามที่จำเป็นต้องเคารพ ใช้เวลาว่างกับสาว ๆ

4. พวกโบห์รา คือพวกที่ชื่อว่า ผู้ที่จะเป็นอิมามสืบทอดต่อจากค่อลีฟะฮฺอัลมุสตันศิร (เสียชีวิต ค.ศ. 1094) ก็คือมุสตะอฺลี (เสียชีวิต ค.ศ. 1101) ซึ่งได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นค่อลีฟะฮฺปกครองอาณาจักรฟาฏิมียะฮฺ

5. พวกนิซารีย์ คือพวกที่เชื่อว่า ผู้ที่จะเป็นอิมามสืบทอดต่อจากค่อลีฟะฮฺอัลมุสตันศิร ก็คือ นิซารฺ ลูกชายคนโตของ ซึ่งถูกกีดกันไม่เห็นขึ้นมาดำรงตำแหน่ง เมื่อก่อกบฏก็ถูกจับ และถูกประหารชีวิต พรรคพวกที่สนับสนุนนิซารฺ ก็ชักชวนผู้คนให้ยึดถือนิซารฺ ว่าเป็นอิมามที่แท้จริง ในอดีตพวกเขาคือพวกฮัชชาชีน ปัจจุบันเรียกว่า "อิสมาอีลีย์อากาข่าน" เพราะมีอากาข่านเป็นอิมาม

อากาข่านคนปัจจุบันมีชื่อว่า กะรีม ข่าน พ่อของเขาคือ อะลีย์ ข่าน ส่วนแม่คือ Joan Barbara Yarde-Buller (1908–1997) ชาวอังกฤษ อะลีย์ ข่าน เป็นลูกของมุฮัมมัด ชาห์ ผู้เป็นอิมามอิสมะอีลีย์คนที่ 48 กับ Cleope Teresa Magliano (1888–1926) นักเต้นบาเล่ต์ใน the Ballet Opera of Monte Carlo เมื่อปู่ตาย ตำแหน่งอิมามอิสมาอีลีย์ก็ตกเป็นของกะรีม ข่านผู้เป็นหลาน เพราะอะลีย์ ข่านผู้พ่อ ใช้ชีวิตเพลย์บอยฝรั่ง และไม่สนใจเรื่องของศาสนาเลย

กะรีม ข่าน ผู้เกิดในสวิตเซอร์แลนด์ มีเลือดฝรั่ง 75% ในตัว เขาใช้ชีวิตเหมือนชาวยุโรปทั่วไป ถึงอย่างนั้นก็ตาม เขาก็มีสิทธิ์กินส่วยภาษีคุมสฺจากสาวกผู้ตามลัทธิอิสมาอีลียะฮฺ และใช้ชีวิตเหมือนกับกษัตริย์ฝรั่ง แต่เป็นอิมามมะฮฺดีของสมัยปัจจุบัน!!!

เวลาว่างของอากาข่านกับสาว ๆ อย่ามาตำหนิอากาข่าน เงินมีเหลือเฟือ ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เอาไปแจกสาว ๆ ดีกว่า

หลักศรัทธาของอิสมาอีลียะฮฺที่ขัดแย้งกับอิสลาม

ฏอหิร สัยฟุดดีน ดาอีมุฏลัก ที่ 51 เขาเป็นอิมามุซซะมานและกิบละฮฺของพวกโบห์รา ในขณะที่เขามีชีวิตและหลังจากเขาตายไปแล้ว

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของหลักศรัทธาลัทธิอิสมาอีลียะฮฺที่ขัดแย้งกับอิสลามอย่างรุนแรง

1. อิมามผู้ไร้บาปจะมาจากเชื้อสายของมุหัมมัด บินอิสมาอีลเท่านั้น อิมามเหล่านั้นมีคุณสมบัติ"อุลูฮียะฮฺ" คือมีความเป็นพระเจ้าอยู่ในตัว รู้ความเร้นลับทั้งปวง (อิลมฺ อัลฆอยบิ) อิมามจึงเป็นที่เคารพสักการะ

2. อัลลอฮฺไม่มีพระนามและคุณสมบัติ ผู้ที่มีพระนามและคุณสมบัติคือบรรดาอิมามของพวกเขา

3. อิมามคือใบหน้าของอัลลอฮฺ เป็นตัวแทนของพระองค์บนแผ่นดิน

4. อิมามมีสิทธิ์ได้รับภาษี 1/5 ของรายได้ประชากรอิสมาอีลียะฮฺ

5. พวกอิสมาอีลีย์ จะต้องไม่ไปนมาซในมัสญิดของคนทั่วไป สถานที่ชุมนุมของพวกเขาจะเรียกว่า ญะมิอฺคอนะฮฺ (สถานที่ประชุม)

6. มุหัมมัด บินอิสมาอีล คืออิมามมะฮฺดีที่เร้นกายอยู่ จะกลับมาใหม่อีกครั้งในวันหนึ่ง ส่วนคอลีฟะฮฺฟาฏิมียะฮฺต่าง ๆ และอิมามต่าง ๆ หลังจากพวกเขา ก็เป็นมะฮฺดีในรูปแบบต่าง ๆ กัน ตามแต่ยุคและสมัย

7. พวกโบห์ราจะทำพิธีหัจญ์ก่อนชาวมุสลิมหนึ่งหรือสองวัน

8. การสร้างและต่อเติมมัสญิดที่ครอบเหนือสุสานอิมามและคนสำคัญอื่น ๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่อรักษาความยิ่งใหญ่ของพวกเขาเหล่านั้น

9. พวกโบห์รา มีกฏเหมือนชาวยิว คือจะไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้ารับนับถือลัทธิของพวกเขา

10. การนมาซเป็นสิ่งที่วาญิบสิบวันเท่านั้นในแต่ละปี นั่นคือระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 10 มุหัรรอม หากใครไม่เข้ามาชุมนุมในช่วงสิบวันดังกล่าว ก็จะถูกขับไล่ออกจากลัทธิอิสมาอีลียะฮฺ

11. การนมาซญุมอะฮฺไม่ใช่สิ่งวาญิบ หากไม่มีอาณาจักรอิสมาอีลียะฮฺ

12. ลงโทษ คนที่ออกจากลัทธิอิสมาอีลีย์โบห์รา ด้วยการลอบฆ่า

13. ไม่ฝังศพร่วมกับชาวมุสลิม ศพต้องหันหน้าไปทางเยรูซาเลม

14. ต้องตีตนออกห่างจากประชาคมอิสลาม

15. การทำหัจญ์ที่แท้จริงคือการไปเยี่ยมสุสานของฏอหิร สัยฟุดดีน ในอินเดีย วันที่ 19, 20 และ 21 เดือนร่อญับ

สุสานฏอหิร ซัยฟุดดีน ในมุมไบเป็นกิบละฮฺของพวกโบห์รา

16. สุสานของฏอหิร สัยฟุดดีนเป็นกิบละฮฺ จะต้องหันไปทางสุสานของฏอหิร ยามนมาซ

17. อัลกุรอานและกฏบัญญัติศาสนา มีสองความหมาย คือซอหิร (เปิดเผย) และบาฏิน (ซ่อนเร้นภายใน) ศอลาต (การนมาซ) มีความหมายบาฏินว่า การเชื่อมโยงกับอิมาม ซะกาต (การบริจาคทาน) มีความหมายบาฏินว่า การยอมรับอิมามว่าเป็นผู้นำ ศิยาม (ถือศีลอด) มีความหมายบาฏินว่า การปกปิดความลับของอิมาม

18. การทำบุญให้แก่คนตายในวันที่ 3, 7 และ 40 และทำบุญอีกครั้งในปีที่ 8 ญาติพี่น้องคนตายจะต้องไว้ทุกข์เป็นเวลา 40 วัน และถือว่าการมองศพเป็นอัปมงคล

พวกโบห์รากำลังจูบเท้าดาอีมุฏลัก คนที่่ 52 บุรหานุดดีน ผู้เป็นกิบละฮฺที่มีชีวิต และอิมามคนปัจจุบันของพวกโบห์รา

19. นิยมการทำยันต์ ดูฤกษ์ ดูดวง ก่อนการทำกิจการใด เพื่อให้เกิดความมงคล

พวกโบห์รากำลังหามอิมามของพวกตน
เครื่องมือส่วนตัว